เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย ชี้ นครดานัง ของเวียดนาม มีทรัพยากรรองรับการขยายตลาดและช่องทางในการเพิ่มแหล่งวัตถุดิบแก่ผู้ประกอบการไทย

เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เห็นว่า การส่งเสริมให้นักลงทุนจากไทยเข้าไปลงทุนในนครดานัง ของเวียดนาม มีลู่ทางสดใส เนื่องจากมีทรัพยากรรองรับการขยายตลาดและช่องทางในการเพิ่มแหล่งวัตถุดิบแก่ผู้ประกอบการไทย ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการใช้เส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงไทย-ลาว-เวียดนามให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

นายพิษณุ  จันวิทัน  เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  กล่าวว่า
         นครดานัง เป็นเมืองท่าชายทะเลในภาคกลางเวียดนามที่แยกออกจากจังหวัดกว๋าง นัม มีเนื้อที่ 1,256 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 754,000 คน ภายหลังการแยกเป็นนคร ได้พัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนที่สำคัญของภาคกลางเวียดนามในเวลาอันรวดเร็ว  มีระบบคมนาคมที่สะดวก และเป็นปลายทางออกทะเลของเส้นทางสาย
EWEC ที่เชื่อมโยงไทย ลาว พม่า และเวียดนาม   นอกจากนี้ นครดานังยังมีศักยภาพสูงด้านการลงทุน มีนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง  และพร้อมให้สิทธิพิเศษแก่นักลงทุนต่างชาติในรูปแบบของการยกเว้นภาษี ที่ดินระยะยาว โดยไม่จำกัดสาขาการลงทุน การให้การสนับสนุนเรื่องการเวนคืนที่ดิน และการปรับเตรียมที่ดินเพื่อการลงทุน รวมทั้ง การอำนวยความสะดวกเรื่องขั้นตอนการขออนุญาตลงทุน ปัจจุบัน มีนักลงทุนจากหลายประเทศที่เลือกนครดานังเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภาคกลางเวียดนาม  ทั้งนี้  ภาคธุรกิจเอกชนในนครดานัง ได้มีการค้าขายกับภาคธุรกิจของไทย  โดยนำเข้าเหล็ก รองเท้า เสื้อผ้า ปูนซีเมนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และอะไหล่รถจักรยานยนต์จากไทย พร้อมส่งออกถั่วลิสงและของใช้ตกแต่งบ้านไปไทย  จากศักยภาพของนครดานังที่ว่านี้ จึงเห็นว่า การส่งเสริมให้นักลงทุนจากไทยเข้าไปลงทุนในนครดานัง มีลู่ทางสดใส เนื่องจากมีทรัพยากรรองรับการขยายตลาดและช่องทางในการเพิ่มแหล่งวัตถุดิบแก่ผู้ประกอบการไทย ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการใช้เส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงไทย-ลาว-เวียดนามให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
                เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมให้นักลงทุนจากไทย โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ในเส้นทางสาย
EWEC ที่เชื่อมโยงไทย ลาว พม่า และเวียดนาม  อย่างจังหวัด พิษณุโลก ขอนแก่น กาฬสินธุ์และมุกดาหาร ควรจะได้เข้าไปลงทุนในภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์บนเส้นทางหมายเลข 9 เช่น รถโดยสารประจำทางระหว่างนครดานัง-จังหวัดมุกดาหาร ท่าเรือ ปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร ศูนย์จำหน่ายของที่ระลึก รวมทั้งการลงทุนในสาขาอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งภาคกลางของเวียดนามมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ เช่น ยางพารา ไม้ เยื่อกระดาษ ใบชา และกาแฟ เป็นต้น.