ท่องเที่ยวกลุ่มสนุก 2 สะพานเชื่อมเวียดนาม

         ท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุกร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการเชื่อมโยงเครือข่ายองค์การการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (กลุ่มจังหวัดสนุก สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร) และอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (ไทย-ลาว-เวียดนาม) ณ กรุงฮานอย ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อปลายเดือนมกราคม 2555 โดยนายสมดี คชายั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าคณะ นำผู้ประกอบการ 3 จังหวัดสนุก ประกอบด้วยสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร, สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทาง
         นายสมดี คชายั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมหัวหน้าคณะ เปิดเผยว่า การเดินทางไปยังนครหลวงฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อเชื่อมธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดทั้ง
3 ในกลุ่มสนุกที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน เป็นประตูของไทย ณ จุดเชื่อมต่อไปสู่ สปป.ลาว และเวียดนาม ผ่านสะพานมิตรภาพถึง 2 แห่ง โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารประตูเส้นทางสายระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก - ตะวันตก EWEC (East-West Economic Corridor) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) ใน สปป.ลาว และจุดผ่านแดนทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน ที่มีเส้นทางหมายเลข 12 และหมายเลข 8 ทั้งสองเส้นทางที่นับว่าใกล้ที่สุดของประเทศไทยไปสู่ประเทศเวียดนาม เพียงระยะทาง 145 กิโลเมตรในสปป.ลาว ก็ถึงชายแดนประเทศเวียดนาม ซึ่งมีเส้นทางเชื่อมธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยสู่นครหลวงฮานอย ปัจจุบันการท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสะพานมิตรภาพทั้ง 2 แห่งนี้ มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวจะพบเห็นรถทัวร์วิ่งผ่านด่านชายแดนทั้ง 2 แห่งนี้กันจำนวนมาก เป็นการสร้างเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวสู่ภูมิภาคแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี สะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงทั้ง 2 แห่ง ปัจจุบันมีการขนส่งสินค้าเข้าออกอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตกลุ่มจังหวัดสนุก น่าจะเป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้า ทั้งการท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคแห่งนี้ นับเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ทุกท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน
         สำหรับการเดินทางเชื่อมสานสัมพันธ์การท่องเที่ยวในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวทั้งธุรกิจการค้าของไทย ไปสู่ประชาชนนักเดินทางท่องเที่ยว และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวในเวียดนาม เป็นการแลกเปลี่ยนเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการนำนักท่องเที่ยวจากประเทศเวียดนามมาเยี่ยมญาติมิตรที่อยู่ในประเทศไทยในแถบภูมิภาคแห่งนี้.

 
ลับหน้าแรก กลับหัวข้อข่าว