ความเคลื่อนไหวล่าสุด โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2

 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต 

โครงการวิจัย ผลกระทบทางสังคมของโครงการพัฒนาระเบียงตะวันออก-ตะวันตก

: กรณีเส้นทางหมายเลข 9 สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 


 

จุดสร้างสะพานถนนริมฝั่งโขง ระหว่างบ้านบางทรายใหญ่ กับบ้านสงเปลือย อ.เมือง จ.มุกดาหาร
 

ความเป็นมาของโครงการพัฒนาระเบียง ตะวันออก-ตะวันตก

          รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้เห็นพ้องกันในการดำเนินการร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงภายใต้การสนับสนุนของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย การพัฒนาระบบโครงข่ายถนนนี้จะเชื่อมโยง 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ไทย ลาว และเวียตนาม ตามแผนการพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทาง ตะวันออก-ตะวันตก (East-West Transport Corridor : E-WEC) อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาสาขาที่มีศักยภาพร่วมกันซึ่งครอบคลุมถึงการค้าผ่านแดน การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน เอื้ออำนวยให้ตอนกลางของเวียตนาม ลาว และไทย รวมถึงภาคใต้ของพม่า กลายเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าโดยตรงกับด้านตะวันออก ได้แก่ ภาคใต้ของจีน ฟิลิปปินส์ เกาหลี และญี่ปุ่น และในด้านตะวันตก ได้แก่ บังคลาเทศ และภาคใต้ของอินเดีย

          นายช่างแขวงการทางมุกดาหาร ปัจจุบัน คือ นาย สาธร ทัศน์เอี่ยม โทรศัพท์ 0-4261-3910 , 0-4261-3821 โทรศัพท์มือถือ 0-1380-0833 

ส่วนประกอบของระเบียงตะวันออก

-         การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เชื่อมมุกดาหารของไทย และสะหวันนะเขต ของ สปป.ลาว

-         การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 9 ใน สปป.ลาว

-         การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 1 จากดองฮาไปดานังในเวียตนาม

โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2

          ตำแหน่งของสะพานฝั่งไทยอยู่ที่ระหว่าง บ้านบางทรายใหญ่ กับบ้านสงเปลือย อ.เมือง จ.มุกดาหาร (อยู่เหนือ อ.เมืองมุกดาหาร ประมาณ 7 กม.) และฝั่ง สปป.ลาว อยู่ระหว่างบ้านท่าอุดมกับบ้านนาแก เมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขต (อยู่เหนือเมืองคันทะบุลี ประมาณ 2 กม.) รูปแบบสะพานใช้สำหรับรถยนต์อย่างเดียว

รูปแบบสะพาน

          เป็นสะพานให้รถยนต์ข้ามอย่างเดียว ไม่มีทางรถไฟ ลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรง ช่องการจราจร ผิวจราจรกว้าง 8 เมตร ไหล่ทางข้างละ 150 เมตร ทอดข้ามแม่น้ำโขงยาว 1,600 เมตร กว้าง 12 เมตร ระยะระหว่างช่องตอม่อยาว 80 เมตร ช่องการจราจรทางน้ำยาว 110 เมตร โครงสร้างคอสะพานด้านฝั่งไทยยาว 250 เมตร ด้านฝั่งลาวยาว 200 เมตร รวมความยาวของสะพานทั้งสิ้น 2,050 เมตร

          ก่อสร้างสะพานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (3 package) ประกอบด้วยส่วนที่ 1 คือส่วนของตัวสะพาน ส่วนที่สองได้แก่ ถนนเชื่อมในฝั่งลาว และส่วนที่สามได้แก่ ถนนเชื่อมในฝั่งไทย สองส่วนหลังนี้รวมถึงอาคารด่านควบคุมและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ด้วย

          บริเวณบนฝั่งทั้งสองข้างเป็นอาคารด่านควบคุม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยด้านฝั่งลาวมีถนนเชื่อมต่อ กับเส้นทางหมายเลข 9 ด้านฝั่งไทยมีถนนเชื่อมตัวสะพานระยะทาง 1,700 เมตร บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 212 ที่กิโลเมตร 170+500 และถนนเปลี่ยนทิศทางจราจร 

บริเวณเขตตรวจผ่านแดนของสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 หน่วยงานรับผิดชอบ

-         ฝ่ายไทย  กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม

-         ฝ่ายสปป.ลาว  กระทรวงคมนาคม ขนส่ง ไปรษณีย์ และก่อสร้าง

ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของโครงการ

          ส่วนของตัวสะพาน : ฝ่ายสปป.ลาว และฝ่ายไทยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับงานก่อสร้างจากเขตควบคุมด้านริมฝั่งแม่น้ำโขงของแต่ละฝ่ายจนถึงกึ่งกลางสะพาน ประเทศละ 1/2 ของค่าก่อสร้าง งบประมาณรายจ่ายในส่วนของการก่อสร้างสะพานประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฝ่ายไทยและสปป.ลาวได้ลงนามในสัญญาเงินกู้จากญี่ปุ่น ส่วนการก่อสร้างตัวสะพานหลัก ด้านฝั่งไทย และฝั่งสปป.ลาว ค่าก่อสร้างประมาณ 2,000 ล้านบาท

          ส่วนของถนนเชื่อม : อาคารด่านควบคุมและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนฝั่งสปป.ลาว ฝ่ายสปป.ลาวเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

          ส่วนของถนนเชื่อม : อาคารด่านควบคุมและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนฝั่งไทย ฝ่ายไทยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 

กำหนดการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต

เซ็นสัญญา            ตุลาคม-พฤศจิกายน 2546

ก่อสร้าง               ปลายปี 2546-ต้นปี 2547

โครงการเสร็จสิ้น    ประมาณปี 2549

        บริษัท สุมิโตโม่ ร่วมกับ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ - บริษัท สยามซินเท็ค  (บริษัทสุมิโตโม่ เสนอราคาก่อสร้างต่ำสุด 1,219 ล้านบาท)

          โครงการขยายถนน/ทางหลวงในพื้นที่ใกล้เคียง

          โครงการขยายถนนเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ E-WEC เป็นถนนมาตรฐานขนาด 4 ช่องทางจราจร

-         มุกดาหาร-คำชะอี ระยะทาง 35 กม. อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

-         ขอนแก่น-ยางตลาด-กาฬสินธุ์ ระยะทาง 91 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

-         ขอนแก่น-หนองเรือ ระยะทาง 53 กม.เสร็จเรียบร้อยแล้ว 

โครงการรองรับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2

-         โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองมุกดาหาร สายที่ 1 ระยะทาง 8 กิโลเมตร

-         โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 212 ตอนมุกดาหาร-นิคมคำสร้อย ระยะทาง 27 กิโลเมตร

-         โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 212 นิคมคำสร้อย-เลิงนกทา จังหวัดยโสธร ระยะทาง 21 กิโลเมตร

-         โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจร เชื่อมชายฝั่งตะวันออกจากโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกแหลมฉบัง-สระแก้ว-นางรอง-บุรีรัมย์-อำเภอท่าตูม-ยโสธร-กุดชุม-เลิงนกทา สิ้นสุดที่มุกดาหาร ระยะทางรวม 630 กิโลเมตร

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

-         การพัฒนาเขตพิเศษชายแดน (Special Border Zone - SBZ) ที่สะหวันนะเขต

-         การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ การสร้างถนนลาดยางสองเลน

-         การสร้างระบบข้อมูลและโทรคมนาคมที่จุดสำคัญ และพื้นที่ชายแดน

-         การปรับปรุงนิคมอุตสาหกรรมเดิม และมุกดาหาร

-         การขยายและปรับปรุงการส่งกระแสไฟฟ้าตามเส้นทางหมายเลข 9 ที่สะหวันนะเขต

โครงการพัฒนาสำคัญ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในมุกดาหาร และพื้นที่ใกล้เคียง

1.     การพัฒนาเป็นศูนย์กลางเมือง มุกดาหารจะเป็นประตู (Gateway) ด้านตะวันออกสู่ สปป.ลาวและเวียตนามตอนกลาง ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 และเป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" โดยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมและการจัดจำหน่าย

1.1             การจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมการรับและการจัดส่งสินค้า

1.2             การส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตร

1.3             การจัดตั้งระบบการค้าขายระหว่างประเทศ

กำหนดให้มุกดาหารเป็นเมืองศูนย์กลางการจัดส่งสินค้าและแปรรูป และการจัดทำเครือข่ายข้อมูลเพื่อการพัฒนาอุตสาหรรมในท้องถิ่น ศูนย์เทคโนโลยีอุตสาหกรรม พัฒนาแหล่งการท่องเที่ยว

2.     ระบบ "พันธมิตรชุมชนในเขตพื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือ" เพื่อเชื่อมโยงสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม ให้มีความใกล้ชิดกันด้วยระบบเครือข่ายความเร็วสูง(สายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง) และทางหลวงขนาดใหญ่

3.     การพัฒนาเมืองแฝดในมุกดาหารและสะหวันนะเขต อาทิ การใช้ประโยชน์จากสนามบินสะหวันนะเขตร่วมกัน โดยปรับปรุงให้เป็นสนามบินนานาชาติ การพัฒนาท่าเรือรองรับขนาดเล็กข้ามแม่น้ำ การพัฒนาประตูสู่ระบบโทรคมนาคม และการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน

กลยุทธของการพัฒนา

1.     ส่งเสริมอุตสาหกรรมชั้นนำ  มุกดาหารจะเป็น "ประตูด้านตะวันออกสู่สปป.ลาวและเวียตนามตอนกลาง ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 และเป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" โดยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมและการจัดจำหน่าย มีโครงการที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ดังนี้

1.1             การจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมการรับและการจัดส่งสินค้า

1.2             การส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตร

1.3             การจัดตั้งระบบการค้าขายระหว่างประเทศแห่งใหม่ระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาวและเวียตนาม

2.     การพัฒนาศูนย์กลางเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน

2.1             การพัฒนาศูนย์กลางเมือง  จะมุ่งพัฒนามุกดาหารไปสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดส่งสินค้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้องของพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

2.2             ระบบพันธมิตรชุมชนในเขตพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

2.3             การพัฒนาเมืองแฝดในมุกดาหารและสะหวันนะเขต

2.4             การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-การขนส่ง-ข้อมูลและการสื่อสาร

2.5             การสร้างความแข็งแกร่งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดท้องถิ่น

3.     การเพิ่มแรงงานระดับกลางด้านเทคนิคและการจัดการ เพื่อเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี่จึงต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ โดยการให้การศึกษาและฝึกอบรมเพื่อผลิตแรงงานระดับกลางด้านช่างเทคนิคและบริการให้เพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมระดับต่าง ๆ โดย

3.1             การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน

3.2             การพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อเป็นศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ที่สามารถรองรับนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียตนาม และการจัดตั้งสถาบันราชภัฎขึ้นในมุกดาหาร และศูนย์สารสนเทศด้านทรัพยากรมนุษย์ในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลกาฬสินธ์

3.3             การพัฒนาการศึกษาระดับอาชีวศึกษา และการฝึกอบรมทางเทคนิค

3.4             การพัฒนาการฝึกอบรมนอกระบบโรงเรียน

รายละเอียดโครงการพัฒนาที่สำคัญ

1.     โครงการศูนย์จัดส่งและแปรรูปสินค้ามุกดาหาร ประกอบด้วย ศูนย์แปรรูปสินค้าและวัตถุดิบท้องถิ่น ประกอบด้วย สถานีรถบรรทุก และสถานีขนถ่ายตู้สินค้าบนบก สุถานีรถบรรทุกประกอบด้วย ชานชาลา ลานจอดรถ ที่จอดรถ อาคารฝ่ายบริหาร สถานีบริการต่าง ๆ

2.     สนามบินเมืองคู่แฝด มุกดาหาร-สะหวันนะเขต สำหรับเครื่องบินที่จะเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ผู้โดยสารจะแจ้งการขึ้นโดยสาร ณ สนามบินมุกดาหาร จากนั้นจะเดินทางผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 โดยไม่ต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองตรงไปยังสนามบินสะหวันนะเขตเพื่อขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพฯ สำหรับประชาชนสะหวันนะเขตจะผ่านขั้นตอนศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และด่านกักกัน ที่สนามบินสะหวันนะเขตเพื่อเดินทางไปกับเครื่องบินลำเดียวกัน

3.     โครงการการจัดสถาบันราชภัฎมุกดาหาร โครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ในระยะที่ 1 ให้สถาบันราชภัฎกาฬสินธ์รับนักศึกษาจากสปป.ลาว และประชาชนในท้องถิ่นก่อน  ในระยะที่ 2 เมื่อมีการก่อตั้งสถาบันราชภัฎในมุกดาหารขึ้นแล้ว สถาบันราชภัฎมุกดาหารจะทำหน้าที่แทนสถาบันราชภัฎกาฬสินธ์ คณะที่ทำการเปิดการสอน จำนวน 4 คณะ คือ คณะศึกษาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ

การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 9 ในสปป.ลาว เชื่อมระหว่างเมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขตติดชายแดนไทย กับเมืองแดนสะหวัน แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งติดพรมแดนเวียตนามระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร มีค่าใช้จ่ายประมาณ 120.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายหลังสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 แล้วเสร็จ เส้นนี้จะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเขตแนวระเบียงตะวันออก-ตะวันตก

          อนึ่งความคืบหน้ามาถึงการเปิดซองประกวดราคา เมื่อวันที่ 12 ..46 มีบริษัทที่มีสิทธิ์ยื่นซองประกวดราคา ในการก่อสร้างโดยแบ่งเป็น 3 ช่วง

1.     ช่วงสะพาน งานส่วนที่หนึ่งมีผู้เสนอราคา 5 ราย ได้ บริษัท สุมิโตโม่ ร่วมกับ บริษัท วิจิตรภัณฑ์-บริษัทสยามซินเท็ค วงเงิน 978,375,516.57 บาท

2.     ช่วงฝั่งลาว งานส่วนที่สองมีผู้เสนอราคา 7 ราย ได้ บริษัทซิมิสึ ร่วมกับ บริษัท อิตาเลี่ยนไทย วงเงิน 204,013,120.51 บาท

3.     งานส่วนที่สามช่วงฝั่งไทย มีเสนอราคา 6 ราย ได้ บริษัท ลิตตัท ทองมา วงเงิน 152,924,234.61 บาท

เป็นการประหยัดเงินได้มากมายจากยอดเงินกู้ ประมาณ 2,500,000,000.00.- บาท  แต่มีผู้รับเหมาประมูลไปรวมแล้ว 1,335,321,871.79 บาท ซี่งจะมีการลงนามในสัญญาประมาณ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2546 นี้ และการก่อสร้างคาดว่าจะเริ่มเดือนกุมภาพันธ์ 2547 แล้วเสร็จ ในปี 2549

 

โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 ช่วงจังหวัดมุกดาหาร 

กำหนดยื่นซองประกวดราคา 12 ..46 นี้ และพิจารณาลงนามในสัญญาว่าจ้าง

ภายในเดือน ต.. โดยจะสามารถ เริ่มก่อสร้างได้ในเดือน ก..47

 

        ผู้สื่อข่าวมุกดาหารนิวส์ รายงานจากห้องประชุมแขวงการทางมุกดาหาร ถ.ชยางกูร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ถึงความคืบหน้ากรณีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 ช่วงจังหวัดมุกดาหาร - สะหวันนะเขต โดย คณะกรรมการบริหารสะพานไทย-ลาว (BMC) นำโดยนายอร่าม ก้อนสมบัติ นายช่างโครงการ ท่านเพ็ดสะหมอน วีราพัด รองหัวหน้าห้องการคมนาคมขนส่งลาว และนายโสพัส เตเมียบุตร ที่ปรึกษาโครงการ พร้อมด้วย ดร.นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร  ได้ร่วมหารือการจัดการพื้นที่ก่อสร้างพิเศษในโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ช่วงจังหวัดมุกดาหาร ประเทศไทย และ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

          โดยความเคลื่อนไหวล่าสุด โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ได้มีการขายแบบประกวดราคาไปแล้ว และจะได้มีการยื่นซองประกวดราคาก่อสร้าง ในวันที่ 12 ..46  และคาดว่าจะมีการพิจารณาลงนามในสัญญาว่าจ้างภายในเดือน ต..46 และ จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้จริงในราวเดือน ก..47 นี้ เช่นกัน

          สืบเนื่องมาจากข้อตกลงไทย-ลาว ในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ได้กำหนดให้มีการจัดการพื้นที่ก่อสร้างพิเศษ เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการขนย้ายเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ และบุคลากรในการก่อสร้าง ซึ่งคณะกรรมการบริหารสะพานไทย-ลาว (BMC) ได้หารือข้อปฏิบัติสำหรับพิธีการในการเข้าออกพื้นที่ก่อสร้างพิเศษ (FCZ) อาทิ การตรวจคนเข้าเมือง พิธีการศุลกากร ความปลอดภัยการจราจรทางบก และ ในแม่น้ำ รวมทั้งการขอขยายพื้นที่ FCZ เพิ่มเติม

          อนึ่ง โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ช่วงจังหวัดมุกดาหาร - แขวงสะหวันนะเขต เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อกลุ่มประเทศในภูมิภาค อาเซียน (ASEAN) ด้วยสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่กำลังมีการพิจารณาลงนามในสัญญาว่าจ้างการก่อสร้างตามโครงการนี้ สามารถเชื่อมโยงการคมนาคมทางบกสู่ประเทศแถบ สปป.ลาว , เวียตนาม และผืนแผ่นดินใหญ่ อย่างประเทศจีน ไปยังกลุ่มประเทศแถบ พม่า , อินเดีย , บังกลาเทศ  ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และสามารถย่นระยะทางการคมนาคมขนส่งเป็นอย่างดี เป็นผลดีต่อต้นทุนการผลิตสินค้าในอนาคต

 

    ลักษณะและรายละเอียดของโครงการ

-         โครงการนี้ประกอบด้วยตัวสะพานหลัก (Main Bridge) ทอดข้ามแม่น้ำโขง ยาว 1,600 เมตร กว้าง 12 เมตร เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรง ระยะระหว่างตอม่อช่วงปกติยาว 80 เมตร ช่วงการจราจรทางน้ำหลักยาว 110 เมตร และโครงสร้างคอสะพาน (Approach Viaduct) ด้านฝั่งไทยยาว 250 เมตร และด้านฝั่งลาวยาว 200 เมตร รวมเป็นความยาวสะพานทั้งสิ้น 2,050 เมตร

-         บนฝั่งทั้งสองข้างเป็นงานก่อสร้างอาคารอาคารด่านควบคุมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ (Border Control Facilities) ด้านฝั่งลาวจะมีถนนต่อเชื่อม (Connectiong Road)  ไปยังทางหลวงหมายเลข 9 ด้านฝั่งไทยจะมีถนนเชื่อมไปยังทางหลวงหมายเลข 212 รวมทั้งเปลี่ยนทิศทางจราจร (Traffic Changeover)

    แหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการก่อสร้าง  ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ระหว่างรัฐบาล ไทย-ญี่ปุ่น,รัฐบาลลาว-ญี่ปุ่น เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2544

    กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา  ได้มีการลงนามของคณะกรรมการประสานงานโครงการ (Project Coordinating Committee : PCC) ฝ่ายไทย-ฝ่ายลาว ในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาโดยความเห็นชอบของ JBIC เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2545 ที่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบไปด้วย

1.     Oriental Consultant Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น

2.     Nippon Koei Co.,Ltd.  ประเทศญี่ปุ่น

3.     Asian Engineering Consultant Corp,Ltd. ประเทศไทย

4.     Communication Design and Research Institute ประเทศลาว

    คณะกรรมการบริหารสะพาน (Bridge Management Committee :BMC) ฝ่ายไทย ได้ประชุมพิจารณาเร่งรัดการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาในวันที่ 19 กรกฎาคม 2545 ณ กรมทางหลวง

    คณะกรรมการบริหารสะพาน (Bridge Management Committee : BMC) ร่วม ไทย-ลาว ได้ประชุมเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2545 ณ ห้องประชุมแขวงการทางหนองคายที่ 1 เพิ่อพิจารณารายละเอียดคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์วิธีการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์ซื้อแบบและเสนอราคา

 

ศักยภาพ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ช่วงจังหวัดมุกดาหาร (ประตูแห่งปัญหาและโอกาส)

เมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว แห่งที่ 2 แล้วเสร็จ ประตูสู่อินโดจีนจะเปิดออกเชื่อมโยงพื้นที่ตะวันออก-ตะวันตกเข้าด้วยกัน

-         เป็นการเปิดประตูเส้นทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและบริการของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศ รวมทั้งของโลก เข้าด้วยกัน

-         เป็นการเปิดการติดต่อสื่อสารสู่ความเป็นสากล นานาชาติ มากยิ่งขึ้น

-         เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากโครงการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงเข้ากับการพัฒนากิจกรรมการผลิตของประเทศที่อยู่ตามแนวพื้นที่ดังกล่าว และ

-         เท่ากับเป็นการเปิดปัญหานานัปการที่จะเกิดขึ้นตามมา เช่น ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติการอพยพลักลอบเข้าเมือง ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม-แหล่งท่องเที่ยว ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแพร่ระบาดของยาเสพติด การเคลื่อนย้าย ถ่ายเททางวัฒนธรรม-อารยธรรม ที่หลากหลาย และปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนเป็นต้น

จังหวัดมุกดาหาร จึงต้องเตรียมความพร้อม เตรียมรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

1.     เตรียมความพร้อมของคน คุณภาพของคน ด้านต่าง ๆ ให้รอบรู้ และมีทักษะด้านภาษาต่างประเทศ

2.     เตรียมทักษะด้านฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

3.     ปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ สถานบริการต่าง ๆ ให้มีคุณภาพมีความพร้อมและเพียงพอที่จะรองรับความเจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ และความเป็นเมืองในอนาคต

4.     ปรับทัศนคติของประชาชน ให้มีความเป็นสากล เช่น การทำธุรกิจค้าขาย ฯลฯ จะอาศัยเพียงความคุ้นเคยทั้ง 2 ฝ่าย เหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะเราจะก้าวไม่ทันโลก

5.     ปรับปรุงคุณภาพสินค้าการเกษตร ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และพัฒนาไปสู่การใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร

6.     ปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว สถานบริการต่าง ๆ ให้มีความเป็นระเบียบ เรียบร้อย มีคุณภาพ มาตรฐาน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และการจัดทำแผนการท่องเที่ยว "สามประเทศ หนึ่งจุดหมาย" (Three Countries,One Destination)

7.     จัดทำระเบียบผังเมืองรวม การจราจร แผนการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้เป็นสัดส่วน ชัดเจน รวมทั้งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตลอดจนสิ่งแวดล้อม

8.     จัดให้มีคลังเก็บ อาคารที่พัก จุดกระจายขนถ่ายสินค้า ให้มีความเพียงพอ สะดวก เหมาะสม ปลอดภัย

9.     จัดเตรียมด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย การป้องกันการก่อวินาศกรรม และอุบัติเหตุ อุบัติภัย ต่าง ๆ ไว้ให้พร้อม รวมทั้งอาคารสถานที่ แหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว สถานบริการ สถานบันเทิง ฯลฯ

10. ในระดับนโยบาย ควรเร่งรัดดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง ผ่อนคลาย กฎ ระเบียบทางการค้า การลงทุน ระหว่างประเทศที่แตกต่างกัน ให้เกิดความสะดวก และมีความคล่องตัว ตลอดจนเร่งรัดให้มีการจัดตั้งการบริการศุลกากรแบบตรวจสอบ ณ จุดเดียว (Single Stop Inspection)

11. เสริมสร้างสมรรถนะการพัฒนาในสาขาต่าง ๆ ให้ครอบคลุม เช่น โทรคมนาคม ขนส่งท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ทรัพยากรมนุษย์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม

12. การปรับปรุงและพัฒนาระบบข้อมูล การใช้ประโยชน์จากข้อมูล และการให้บริการข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวาง ทั่วถึง และมีความเป็นปัจจุบัน

13. การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมทุกประเภท รวมทั้งการลักลอบขนถ่ายสินค้าหนีภาษี รวมถึงผู้อพยพหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

14. การเตรียมความพร้อมของส่วนราชการ หน่วยงาน ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องร่วมมือกันและจะต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ทั้งบุคลากร ความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ การพิจารณาจัดทำแผนงาน โครงการด้านต่าง ๆ เป็นต้น

จังหวัดมุกดาหาร จึงเป็นเมืองที่มีศักยภาพและมีความท้าทายต่อการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 กำลังจะเกิดขึ้นอย่างจริงแท้ แน่นอน ริ่มก่อสร้างในราว เดือน กุมภาพันธ์ 2547 นี้ 
 

--------------------------------------------

 ลิ้งค์ไป การก่อสร้างสะพาน และอุบัติเหตุเครนสร้างสะพานถล่มมีผู้เสียชีวิตมาก
    5 ต.ค.50 พิธีเทคอนกรีตเชื่อมสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 2  และลิ้งค์ไปเรื่องอุบัติเหตุฯเครนถล่มวิศวกรเสียชีวิต คลิกรายละเอียด
    21 มี.ค.47 นายกฯ ประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติแห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต  คลิกรายละเอียด

กลับหน้าแรก กลับหัวข้อข่า