ระเบียบคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร (กพสจ.)
 

 

ระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน

ว่าด้วยการกำหนดรูปแบบเครื่องหมายขององค์กรสตรีและคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2539

 

อาศัยอำนาจตามข้อ 19 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2538 กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้วางระเบียบในเรื่องรูปแบบเครื่องหมายขององค์กรสตรี และคณะกรรมการพัฒนาสตรี ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า "ระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน" ว่าด้วยการกำหนดรูปแบบเครื่องหมายขององค์กรสตรีและคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2539"

          ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

          ข้อ 3 ในระเบียบนี้

"องค์กรสตรี" หมายถึง สตรีอาสาพัฒนาในฐานะสมาชิก องค์กรสตรีในระดับต่าง ๆ และที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรีในระดับต่าง ๆ

"สตรีอาสาพัฒนา" หมายถึง สตรีที่มีความพร้อม ความเสียสละ และมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชน ซึ่งได้อาสาสมัครเป็นสมาชิกองค์กรสตรี เพื่อมีบทบาทและมีส่วนร่วมในโครงการ หรือกิจกรรมด้านการพัฒนาด้วยความสมัครใจ

"คณะกรรมการพัฒนาสตรี" หมายถึง คณะกรรมการพัฒนาสตรี ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2538

"ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรี" หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ความสามารถและทำคุณประโยชน์ด้านการพัฒนาสตรีแก่องค์กรสตรีในระดับต่าง ๆ ซึ่งนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเถอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรี ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด แล้วแต่กรณีตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2538

          ข้อ 4 เครื่องหมาย มี 2 ชนิดคือ

1.     เครื่องหมายชนิดปักบนกระเป๋าเสื้อขนาดความกว้าง 5 เซนติเมตร สูง 7.5 เซนติเมตร มีขอบเป็นเป็นรูปรวงข้าว 2 รวง ลักษณะโค้งและโน้มไปบรรจบแล้วร้อยเกี่ยวกันเป็นรูปวงกลมที่ส่วนบนปักด้วยด้ายสีเหลืองหรือดิ้นสีทอง มีตรากรมการพัฒนาชุมชนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 เซนติเมตร อยู่ตรงกลางระหว่างรวงข้าวทั้งสอง และมีตัวอักษรคำว่า สตรีอาสาพัฒนา หรือ กพสม. หรือ กพสต. หรือ กพสอ. หรือ กพสจ. หรือที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรีปักด้วยด้านสีขาวอยู่ระหว่างฐานของรวงข้าวทั้งสอง ในกรณีคำว่า กพสอ.และ กพสจ. จะให้มีชื่ออำเภอหรือจังหวัดเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้ โดยให้เรียงอยู่แถวล่างของตัวอักษร กพสอ.หรือ กพสจ. ตามรูปแบบท้ายระเบียบ

2.     เครื่องหมายชนิดเข็มเชิดชูเกียรติ ทำด้วยโลหะมีลักษณะเป็นรูปหยดน้ำ พื้นสีกรมท่าขนาดความกว้าง 1.9 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร โดยมีตรากรมการพัฒนาชุมชนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร อยู่ตรงกลาง มีรูปแบบและตัวอักษรเช่นเดียวกับเครื่องหมายตาม (1) ตามรูปแบบท้ายระเบียบ 1 เซนติเมตร อยู่ตรงกลาง มีรูปแบบและตัวอักษรเช่นเดียวกับเครื่องหมายตาม (1) ตามรูปแบบท้ายระเบียบ

ข้อ 5 ความหมายของเครื่องหมายตามข้อ 4

1.     เครื่องหมายตรากรมการพัฒนาชุมชน หมายถึง กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ก่อกำเนิดให้มีองค์กรสตรี

2.     รวงข้าว หมายถึง ความเจริญงอกงาม ความก้าวหน้า และความสามัคคี

3.     รูปหยดน้ำ หมายถึง ความมีน้ำใจ เสียสละ และอดทน

4.     อักษรคำว่า "สตรีอาสาพัฒนา" หมายถึง สตรีที่มีความพร้อม ความเสียสละ และมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อชุมชนซึ่งได้อาสาสมัครเป็นสมาชิกองค์กรสตรี เพื่อมีบทบาทและมีส่วนร่วมในโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาสตรีแก่องค์กรสตรีในระดับต่าง ๆ

ข้อ 6 การประดับเครื่องหมายและเข็มเชิดชูเกียรติ

1.     เครื่องหมายตามข้อ 4.1 ใช้ปักบนกระเป๋าเสื้อสีกรมท่าด้านซ้าย

2.     เครื่องหมายตามข้อ 4.2 ใช้ประดับบนอกเสื้อสีกรมท่าด้านขวา

ข้อ 7 องค์กรสตรีหรือผู้มีสิทธิประดับหรือใช้เครื่องหมายและเข็มเชิดชูเกียรติตามระเบียบนี้ ได้แก่

1.     สตรีอาสาพัฒนา

2.     คณะกรรมการพัฒนาสตรี

3.     ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรี

4.     ผู้ที่อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเห็นสมควร

ข้อ 8 ให้ผู้อำนวยการกองพัฒนาสตรี เด็ก และเยาวชน เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

 

                                                ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ..2539

                                                นายอภัย จันทนจุลกะ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

 

ระเบียบจังหวัดมุกดาหาร

ว่าด้วยการบริหารงานและการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรี จังหวัดมุกดาหาร พ..2543

 

          โดยที่รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาสตรีซึ่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2537 เห็นชอบปฏิญญาสตรีไทย จากการประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติครั้งที่ 1 ปี พ..2535 ให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามพันธกรณีที่กำหนดไว้

          กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ให้ความสำคัญแก่สตรี โดยกำหนดให้เป็นกลุ่มบุคคล เป้าหมายในการพัฒนาชุมชนที่สำคัญ ซึ่งมีกิจกรรมการพัฒนาที่สำคัญ คือ

1.     การพัฒนาองค์กรสตรี

2.     การพัฒนาส่งเสริมอาชีพสตรี

3.     การพัฒนาส่งเสริมครอบครัวพัฒนา

4.     การพัฒนาส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในการพัฒนาองค์กรสตรีได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรสตรีขึ้นทุกระดับ หมู่บ้านตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อส่งเสริมบทบาทสตรีที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง จังหวัดมุกดาหาร ได้มีการจัดองค์กรสตรีขึ้นทุกระดับ และจังหวัดได้มองเห็นความสำคัญถึงการพัฒนาองค์กร ให้มีประสิทธิภาพและมีศักยภาพ ในการที่จะเกื้อกูลสนับสนุนช่วยเหลือสตรี การดำเนินงานให้บังเกิดผลได้นั้นองค์กรสตรีทุกระดับ จำเป็นจะต้องมีเงินกองทุนของตนเองที่สามารถจะช่วยเหลือเกื้อกูลการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง ได้ในส่วนองค์กรสตรีระดับจังหวัด ซึ่งเรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด (กพสจ.) จึงได้กำหนดระเบียบ การดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร ขึ้นไว้ดังนี้

ข้อ ระเบียบนี้ เรียกว่า "ระเบียบจังหวัดมุกดาหาร" ว่าด้วยการบริหารงานและการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร พ..2543

ข้อ ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ยกเลิกระเบียบจังหวัดมุกดาหาร ว่าด้วยการบริหารงานและการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรี จังหวัดมุกดาหาร พ.. 2538 วิธีปฏิบัติอื่นใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบและหนังสือสั่งการของกรมการพัฒนาชุมชน ว่าด้วยแนวทางพัฒนาสตรี

ข้อ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ มีอำนาจตีความตามวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ตลอดจนกำหนดวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ที่ไม่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ ตามที่เห็นสมควรและให้ถือว่าคำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่สุด

 

หมวดที่ 1

ข้อความทั่วไปและนิยามศัพท์

          ในระเบียบนี้ "กองทุนพัฒนาสตรี" หมายถึง กองทุนหรือเงินทุนที่องค์กรสตรีและประชาชนได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด

          "คณะกรรมการพัฒนาสตรี" หมายถึง องค์กรสตรีที่กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนจัดตั้งขึ้นในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2538

          "ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร" หมายถึง บุคคลที่คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด ลงมติเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด ตามเสียงข้างมาก

          "ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาสตรี" หมายถึง ผู้ซึ่งคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด ได้เสนอชื่อแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำส่งเสริมสนับสนุน ทางวิชาการในการแก้ปัญหาแก่คณะกรรมการพัฒนาสตรี

          "ผู้ได้รับประโยชน์" หมายถึง บุคคลที่สมาชิกของกองทุนพัฒนาสตรีระบุชื่อ ในใบสมัครให้เป็นผู้รับประโยชน์ อันเกิดจากสิทธิในการเป็นสมาชิกของกองทุนพัฒนาสตรี

          "ภัยพิบัติ" หมายถึง ภัยที่เกิดจากอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ที่สมาชิกไม่สามารถป้องกันได้

 

หมวดที่ 2

อำนาจและหน้าที่คณะกรรมการและสมาชิก

          ข้อ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี ประกอบด้วย ประธานกรรมการ เหรัญญิก และกรรมการ จำนวน 3-5 คน ที่คัดเลือกจากคณะกรรมการพัฒนาสตรี หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ..2538 โดยให้ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนโดยตำแหน่ง ให้กรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีจำนวนหนึ่งคน ร่วมกับสมาชิกจำนวน 2 คน เป็นคณะทำงานพิจารณาเงินกู้ มีหน้าที่พิจารณาตรวจสอบคำร้องขอกู้เงินของสมาชิก เสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด พิจารณาอนุมัติต่อไป

          ข้อ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

1.     รับผิดชอบในการดำเนินงานให้เป็นไป ตามนโยบายและแนวทางที่คณะกรรมการกองทุนพัฒนาสตรี ตามระเบียบกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยกองทุนพัฒนาสตรี พ.. 2540 กำหนด

2.     บริหารงาน ควบคุม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานกองทุน

3.     กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรีรวมทั้งกำหนดขั้นตอนวิธีการ เงื่อนไขการสงเคราะห์และการกู้ยืมเงินกองทุน พัฒนาสตรี รวมทั้งกำหนดขั้นตอนวิธีการ เงื่อนไขการสงเคราะห์และการกู้ยืมเงินกองทุน พัฒนาสตรี

4.     รณรงค์หาเงินสมทบกองทุน และขอบริจาคจากหน่วยงานต่าง ๆ

5.     ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่งานกองทุนพัฒนาสตรี

6.     รายงานผลการดำเนินงาน

7.     จัดประชุมคณะกรรมการบริหารเงินกองทุนพัฒนาสตรี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ข้อ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี มีวาระในการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี โดยให้ครบวาระพร้อมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรี (หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด)

ข้อ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี พ้นตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.     ตาย

2.     ลาออก

3.     คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากประพฤติตนให้เสียหายหรือเสียประโยชน์ต่อกองทุนพัฒนาสตรี

4.     คำพิพากษาของศาลให้เป็นบุคคลล้มละลาย

ข้อ สมาชิกกองทุนพัฒนาสตรี ประกอบด้วย

1.     สมาชิกสามัญ ได้แก่ คณะกรรมการพัฒนาสตรีที่อยู่ในองค์กรสตรีทุกระดับ

2.     สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ สตรีทั่วไปที่สมัครเป็นสมาชิก

3.     สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลภายนอกที่ได้บริจาคเงิน และทำคุณประโยชน์ให้กับกองทุนโดยไม่ขอรับผลประโยชน์จากกองทุนพัฒนาสตรี และคณะกรรมการบริหารกองทุนมีมติให้รับเป็นสมาชิก

 

ข้อ สิทธิของสมาชิกสามัญ และสมาชิกวิสามัญ

1.     มีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนพัฒนาสตรีกรณีประสบภัยพิบัติหรือทุพพลภาพหรือเสียชีวิต

2.     มีสิทธิ์กู้ยืมเงินจากกองทุน เพื่อนำไปประกอบอาชีพและดำเนินกิจกรรมพัฒนาสตรี ในอันที่จะนำไปสู่การปรับปรุงตนเอง ครอบครัวและชุมชน

3.     ได้รับการส่งเสริมความรู้ และบริการต่าง ๆ จากกองทุนพัฒนาสตรี

4.     มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม และเสนอความคิดเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีประจำปี

ข้อ หน้าที่ของสมาชิก

1.     ต้องชำระเงินสมทบกองทุนพัฒนาสตรี ตามข้อ 2.1 , 2.2 ในหมวดที่ 4

2.     ต้องปฏิบัติตามระเบียบกองทุนพัฒนาสตรี

3.     ประชาสัมพันธ์เชิญชวนสตรีสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาสตรี

ข้อ การพ้นจากการเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาสตรี

1.     ตาย

2.     ลาออก

3.     ขาดการส่งเงินค่าบำรุงกองทุนประจำปี ให้พ้นจากการเป็นสมาชิก และหากประสงค์จะเป็นสมาชิกต่อจะต้องปฏิบัติตาม ข้อ 2.1 , 2.2 ในหมวด 4

4.     คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี มีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิก เนื่องจากทำความเสียหายแก่กองทุนพัฒนาสตรี

 

หมวดที่ 3

การดำเนินงาน

          ข้อ ให้มีการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารกองทุนและสมาชิก เพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

1.1             ให้มีการประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัด และสมาชิกซึ่งจะจัดให้มีการประชุมสามัญ ปีละ 1 ครั้ง ภายใน 1-10 กันยายน ของทุกปี เพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

-         รายงานฐานะทางการเงินการบัญชีประจำปี

-         สรุปรายงานผลการดำเนินงานประจำปี

-         เสนอแผนการดำเนินงานปีต่อไป

-         การคัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ (เมื่อครบวาระ)

-         การดำเนินงานอื่น ๆ (ถ้ามี)

1.2             การประชุมวิสามัญ  จัดให้มีขึ้นหากมีปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการจะจัดให้มีการประชุมกี่ครั้งก็ได้ในรอบปี

ข้อ การจัดการประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีและสมาชิกต้องแจ้งให้คณะกรรมการ และสมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ การประชุมประจำปี  ต้องมีคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี และสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงจะครบองค์ประชุม

ข้อ มติที่ประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีและสมาชิก ให้ถือตามเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ท่านประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

ข้อ ให้มีสถานที่สำหรับดำเนินการของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัด ในการปฏิบัติงานและใช้เป็นสถานที่สำหรับติดต่อประสานงานของสมาชิก

 

หมวดที่ 4

การบริหารเงินกองทุนพัฒนาสตรี

ข้อ การได้มาของกองทุน และทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาสตรี

1.1             เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคโดยไม่มีเงื่อนไขหรือภาระผูกพันในการบริจาค

1.2             เงินสมทบกองทุนพัฒนาสตรีของสมาชิก

1.3             เงินรายได้จากการจัดกิจกรรมขององค์กรสตรี

1.4             เงินที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสตรีตามระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน ว่าด้วย กองทุนพัฒนาสตรี พ..2543

1.5             เงินสนับสนุนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนต่าง ๆ

1.6             ดอกเบี้ยเงินฝากจากบัญชีกองทุนพัฒนาสตรี

1.7             อื่น ๆ

ข้อ การชำระเงินสมทบกองทุนพัฒนาสตรีของสมาชิก

1.     ค่าลงทะเบียนสมาชิกแรกเข้า คนละ 100 บาท

2.     ค่าบำรุงกองทุนประจำปี คนละ 100 บาท ทุกปี หรือชำระกองทุนตลอดชีพครั้งเดียว เป็นเงิน 2,000.00 บาท หากสมาชิกขาดส่งค่าบำรุงกองทุนประจำปี ในปีใดและประสงค์จะส่งเงินค่าบำรุงกองทุนต่อจะต้องส่งเงินย้อนหลังตามจำนวนที่ขาดส่งให้ครบเงินสมทบทุนกองทุนตาม ข้อ 2.1 เป็นเงินจ่ายขาด ซึ่งจะไม่มีการคืนให้แก่สมาชิกไม่ว่ากรณีใด ๆ

3.     ให้คณะกรรมการบริหารกองทุน เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไว้ที่ธนาคารของรัฐ หรือ ธนาคารพาณิชย์ซึ่งตั้งในพื้นที่ นั้น ๆ หรือพื้นที่ใกล้เคียงใช้ชื่อบัญชี ว่า "บัญชีเงินฝากกองทุนพัฒนาสตรี จังหวัดมุกดาหาร" โดยมี "คณะกรรมการเก็บรักษาเงิน" ซึ่งประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี เหรัญญิก และรองประธานบริหารกองทุนคนหนึ่ง รวม 3 คน เป็นกรรมการที่มีสิทธิฝากและถอนเงินดังกล่าวโดยลงลายมือชื่อร่วมกัน 2 ใน 3 โดยมีประธานร่วมลงชื่อด้วยทุกครั้งและต้องมีหลักฐานในการรับและจ่ายเงินเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีนำเงินที่ได้รับตามข้อ 2.1 และ ข้อ 2.2 ในหมวดที่ 4 หรือเงินกู้ยืมที่สมาชิกใช้คืนแก่กองทุนฯพัฒนาสตรีฝากเข้าบัญชี กองทุนพัฒนาสตรี ภายในวันที่ได้รับเงินนั้นหรือวันทำการถัดไป และต้องมีใบรับเงินเพื่อเข้าบัญชีแจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง

 

หมวดที่ 5

การขอยืมและการจ่ายคืนเงินยืม

ข้อ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัด มีวัตถุประสงค์ดังนี้

1.1             เพื่อกิจการสาธารณะประโยชน์และพัฒนาสังคมในลักษณะการจ่ายขาด

1.2             สนับสนุนส่งเสริมอาชีพแก่สตรีเป็นรายกลุ่มในลักษณะการกู้ยืม

1.3             ช่วยเหลือสงเคราะห์สังคม เพราะประสบสาธารณภัยในลักษณะการจ่ายขาด

1.4             ใช้จ่ายในการฝึกอบรมสัมมนาเพิ่มพูนทักษะความรู้แก่สตรี หรือชุมชนหรือทัศนศึกษาของสตรีทุกระดับภายในจังหวัดในลักษณะการจ่ายขาด

1.5             ใช้จ่ายเป็นค่าเอกสารการดำเนินการบริหารในลักษณะการจ่ายขาด

การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรี

          ข้อ การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาสตรี ตามวัตถุประสงค์ให้ปฏิบัติตาม ดังนี้

2.1             การจ่ายขาด ตามข้อ 1.1 , 1.3 , 1.4 , 1.5 ให้อำนาจประธานคณะ กรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดตัดสินใจได้ตามความเหมาะสมและเป็นจริง ใช้ได้ในวงเงินไม่เกินครั้งละ 3,000.00 บาท ถ้าเกินวงเงินให้เป็นมติของที่ประชุม

2.2             การจ่ายเงินในกรณีสมาชิกกู้ยืมไปประกอบอาชีพ จะต้องเป็นโครงการส่งเสริมอาชีพ แก่สตรีรายกลุ่มเสนอผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการพัฒนาสตรี หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในวงเงินไม่เกิน 10,000.00 บาท หรือตามดุลยพินิจของคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด กพสจ. ที่เห็นเหมาะสม ระยะเวลาในการกู้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 12 บาท ต่อปี การเสนอขอกู้ให้ผ่านเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด การเสนอโครงการต้องเป็นโครงการร้อยแก้ว ให้เสนอโครงการได้ปีละ 2 ครั้งโดย

ครั้งที่ ในระหว่าง วันที่ 10-20 มีนาคม ของทุกปี

ครั้งที่ ในระหว่าง วันที่ 10-20 สิงหาคม ของทุกปี

โดยพิจารณาตามลำดับ การยื่นขอและดุลยพินิจของคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดหากเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน

          ข้อ ในการขอกู้ยืมเงินให้สมาชิกยื่นความจำนงต่อประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนตามแบบเอกสารที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด โดยให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่าสองรายและมีประธาน กพสม. ประธาน กพสต. ประธาน กพสอ. เป็นผู้ค้ำประกัน และมีเจ้าหน้าที่พัฒนาการอำเภอเป็นพยาน ในการทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 2 ชุด โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีเก็บไว้ 1 ชุด และมอบให้สมาชิก ผู้กู้ยืมเก็บไว้เป็นหลักฐาน 1 ชุด

          ข้อ ให้คณะทำงานพิจารณาเงินกู้ ตรวจสอบความถูกต้อง และความครบถ้วนของเอกสารพร้อมทั้งพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอกู้ยืมเงิน และเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี พิจารณาอนุมัติภายใน 7 วัน ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว หากเห็นชอบต้องแจ้งให้สมาชิกผู้ขอกู้ทราบภายใน 7 วัน และหากไม่อนุมัติให้แจ้งสมาชิกผู้ขอกู้ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันพิจารณาแล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับ เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ในการรับ-จ่าย เงินกองทุนให้เป็นปัจจุบัน และสามารถตรวจสอบได้ และเอกสารทุกอย่างเก็บรักษาไว้ที่ทำการ

          ข้อ การใช้คืนเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีกำหนดขึ้น ผู้ยืมต้องชำระคืนตามกำหนดเวลา เมื่อถึงกำหนดจะมีหนังสือเตือนจากคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีและภายใน 15 วัน กรณีเกิดเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถชำระเงินยืมได้ตามกำหนดได้ต้องเขียนคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร มาเสนอขอผ่อนชำระหนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี จะพิจารณาผ่อนผันการชำระหนี้ หรือยกเว้น ให้เป็นกรณีๆ แต่ละรายไปและหากไม่ชำระหนี้ทางคณะกรรมการกองทุนพัฒนาสตรีสามารถดำเนินการตามกฎหมาย

 

หมวดที่ 6

การติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน

          ข้อ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี ติดตามตรวจสอบ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน รวมทั้งฐานะทางการเงินของกองทุนพัฒนาสตรี  เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีที่รับผิดชอบแต่ละระดับ  และสำเนาแจ้งให้คณะกรรมการหมู่บ้านสภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ คณะกรรมการพัฒนาการจังหวัด และเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ปีละ 2 ครั้ง

          ข้อ ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่เกษตร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครู หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรเอกชนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำและสนับสนุนทางวิชาการแก่ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีแต่ละระดับ

ภาคผนวก (คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรีจะดำเนินการตามระเบียบในหมวดนี้เมื่อกองทุนพัฒนาสตรีมีความพร้อมและเข้มแข็งมากขึ้น จะขยายผลการปฏิบัติใน หมวดที่ 7)

 

หมวดที่ 7

การขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนพัฒนาสตรี

          ข้อ การขอรับเงินสงเคราะห์ ต้องดำเนินการ ดังนี้

1.1             กรณีที่สมาชิกถึงแก่กรรม ให้ผู้รับประโยชน์ยื่นคำร้องต่อประธานคณะกรรมการบริหารกองทุน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สมาชิกถึงแก่กรรม โดยแจ้งหมายเลขสมาชิก พร้อมแนบสำเนาใบมรณบัตร และสำเนาทะเบียนบ้าน

1.2             กรณีสมาชิกทุพพลภาพ ให้สมาชิกหรือผู้ที่สมาชิกมอบหมาย ยื่นคำร้องต่อประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี ภายใน 30 วัน นับแต่วันทุพพลภาพ

1.3             กรณี สมาชิกประสบภัยพิบัติ ให้ยื่นคำร้องขอรับการสงเคราะห์ต่อ ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี ภายใน 30 วัน นับแต่วันเกิดเหตุ

การพิจารณาอนุมัติวงเงินสงเคราะห์ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสตรี และต้องแจ้งผลการพิจารณาให้แก่สมาชิกที่ขอรับการสงเคราะห์ทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ ได้รับการยื่นคำร้อง เมื่อสมาชิกหรือผู้ได้รับประโยชน์ ได้รับแจ้งการอนุมัติแล้ว ต้องยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ ภายใน 60 วัน กรณีรับเงินแทน จะต้องมีหนังสือมอบฉันทะด้วย

          กรณีสมาชิก ขาดการส่งเงินค่าบำรุงรายปีในปีใด จะไม่มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ในปีนั้น

          กรณีสมาชิก หรือผู้รับฉันทะแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ ให้ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนสตรีเรียกเงินคืนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประกาศ ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2543  นายประเสริฐ โยธีพิทักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

………………………………………………………………………………….

สรุปผลการปฎิบัติงาน คลิ๊กรายละเอียด

     30 มี.ค.46  การประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร (กพสจ.)

    10 เม.ย.46 ประชุมกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 1/2546 โรงแรมชื่นขวัญอินน์

    7 พ.ค.46 ประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่2/2546ที่โรงแรมชื่นขวัญอินน์
   

กลับหน้าแรก กลับหัวข้อเรื่อง