การเล่นพื้นบ้านภาคอีสาน

    การเล่นบักม้าหลังโปก

เล่นได้ตั้งแต่  คนขึ้นไป  อุปกรณ์มีลูกบอล  ลูก  ถ้าไม่มีให้ใช้ผ้าบิดกลมๆ  ให้แน่นเท่าลูกบอล  การเล่น  เมื่อจับคู่ได้แล้วก็มีกากรเสี่ยงทายหาฝ่ายจะแพ้  อาจจับไม้สั้น-ยาวก็ได้ฝ่ายแพ้  ให้เขาขี่หลังทุกคู่  ยืนห่างกันประมาณ  ก้าวอย่างน้อยจากนั้นผู้ขี่ก็จะโยนลู๋กบอบลไปให้ฝ่ายอยู่บนหลังรับไปเรื่อย ๆ  จนกว่าจะรับพลาด  เมื่อฝ่ายขี่หลังรับพลาดให้รับโดหลังม้าหนีโดยเร็ว  ฝ่ายเป็นม้ารีบคว้าลูกบอลขว้างไปให้ถูกตัวฝ่ายตรงข้าม  ถ้าถูกก็ชนะได้ขี่หลังเขาถ้าคว้างไม่ถูก  ก็จะถูกเขาขี่ต่อไป  การข้าง ๆ ได้ครั้งเดียวจนกว่าจะพลาดอีก

เล่นบักไต่ขื่อ

อุปกรณ์กาเล่นไม่มีอะไรมากเพียงแต่หาพื้นดินโล่งเลี่ยนไมี่หญ้าแล้ววก็ตีตารางขนาดกว้าง  ยาว  10  ก้าวขึ้นไป  เขียนเส้นรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  แล้วแย่งครึ่งด้านกว้างขีดเส้นแบ่งให้ชัดตลอดแนว  สำหรับด้านยาวให้แบ่งเป็นล็อกหรือแบ่งเป็นช่อง ๆ เส้นแบ่งห่างกันประมาณ  3 ก้าว แบ่งจนสุดแนวยาว  ผู้เล่นแบ่งเป็น  2 ฝ่าย  ๆ ละ  5 คนขึ้นไป  ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายรุกมีหน้าทีบุกเข้าไปในฃ่องโดยไม่ให้เขาแตะต้องตัวได้  ฝ่ายรับมีหน้าที่ไล่แตะฝ่ายรุกโดยวิ่งอยู่บนเส้นขวางเท่านั้น  หัวหน้าฝ่ายรับอยู่เส้นหน้าสามารถวิ่งตามขวาง  หรือตามแนวยาวได้ตลอด  เมื่อฝ่ายรุกคนใดคนหนึ่งสามารถบุกทะลวงฝ่ายรับไปได้จนสุดช่องก็บอกเพิ่อนว่าลง ๆ ฝ่ายรับก็ปล่อยให้ลง  แล้วก็ขึ้นใหม่เมื่อมีใครขึ้นก็บอกเพื่อนให้ขึ้น  แต่ถ้าฝ่ายรุกโดนแตะแม้เพียงคนเดียว  ฝ่ายรุกก็จะเป็นฝ่ายรับทันที  การเล่น ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่มีเวลาแน่นอน

     การเล่นบักสักกะแหน่ง  หรือสักกะเหล่ง

อุปกรณ์การเล่น  มีเพียงไม้แหลมขีดเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  8-10  ก้าว ผู้เล่นตั้งแต่  คนขึ้นไปไม่จำกัดเพศ  แบ่งเป็นฝ่ายหนี  ฝ่ายไล่เมื่อโยนหัวห้อยแล้วผู้แพ้เข้าไปอยู่ในวงกลมเรียกว่าฝ่ายหนี  ฝ่ายไล่อยู่ข้างนอก  ส่งตัวแทนเข้าไปไล่  คน  ในวงกลม  การไล่ต้องวิ่งขาเดียวขาอีกข้างหนึ่งยกไว้สูง ๆ อย่าให้ติดดินการวิ่งต้องกระโดดขาเดียวไล่แตะถ้าแตะถูกใครคนนั้นก็ออกจาการเล่น  ถ้าคนไล่ขาแตะดิน  หรือล้มก็ออกจากการเล่น  ฝ่ายใดหมดประชากรไปก่อนฝ่ายนั้นแพ้  การโดดขาเดียวเรียกว่าสักกะแหน่งหรือสักกะเหล่ง  การเปลี่ยนฝ่ายจะทำได้เมื่อคนสักกะเหล่งล้มหรือขาหรือเท้าแตะพื้น

     การเล่นบักต่อไก่

อุปกรณ์การเล่น  ใช่เล่นตอนกลางคืน  ใช่ผ้าห่มเป็นอุปกรณ์ ผู้เล่นจะต้องมี  คน เป็นอย่างน้อยจึงจะสนุก  และเมื่อจับคู่แบ่งทีมกันแล้วก็ให้ผู้เล่นคัดเลือกหัวหน้า  แยกไปอยู่ห่างกันประมาณ  50  เมตร  หัวหน้าแต่ละฝ่ายจะต้องจัดลูกน้องของตัวมาใช้ผ้าห่มคลุมมิดชิด  พามาบริเวณที่สลัวๆ  เมื่อมาถึงให้ลูกน้องอยู่ห่างกันประมาณ  ก้าว ฝ่ายใดก็ได้ไปทายไก่ฝ่ายตรงข้ามก่อนหัวหน้าฝ่ายครงข้างจะถามว่าหัวหน้าอีกฝ่าว่า  อยู่บ้านไหน  (หัวหน้าตอบว่า) อยู่บ้านอีข้อง   (หัวหน้าฝ่ายตรงข้ามงั้นขันให้พี่น้องฟังดู  (ไก่ที่ผ้าคลุมขันว่า  แอ้ก  แจแด แจ้ก (ดัดเสียงหัวหน้าอีกฝ่ายก็ทายว่า  ไก่ตัวนี้ชื่อว่า….  เมื่อทายถูกได้ไก่ไป  ถ้าทายไม่ถูกก็ฟาวล์  แล้วให้อีกฝ่ายเป็นผู้ทายเสียงไก่ขัน  ทำเหมือนกันถ้าทายถูกก็ได้ไก่ไป  ถ้าไม่ถูกก็ฟาวล์ส่งไก่มาทายใหม่  ถ้าถูกทุกฝ่ายก็เจ๊ากันไป  ฝ่ายใดหมดประชากรก่อนฝ่ายนั้นแพ้

 การเล่นบักจ้ำมู่ลี่  หรือจ้ำมู่มี่

อุปกรณ์การเล่น  จะขีดเป็นวงกลมใหญ่ๆ  หน่อยเรียกว่า “เมม”  ผู้เล่นแบ่งเป็น  ฝ่ายๆละอย่างน้อย  คน  ผู้เป็นหัวหน้าจะบอก  จับคู่แบ่งฝ่ายเมื่อแบ่งแล้วให้มารวมกันในเมม  สั่งคุกเข่าล้อมวงคว่ำมือเข้ามาหากันหัวหน้าก็ว่าบทลำนำว่า  “จ้ำมู่มี่มู่หมกมู่มนหักคอคนใส่หน้านกกด  หน้าลิงหน้าลายหน้าผีพรายหน้าจิตหน้าก้อม  ย้อนแยะอีแม่ตอแหบละตอกลาง  ไทยเมืองล่างเขาไปต่อไก่  ต่อไก่แล้วมาฟักมาฟัน  ไทยเวียงจันทน์ใส่แหวนเบื้องซ้าย  ย้ายออกตอกเผี๋ยะเก็บหมากเขี๋ยะใส่ข้องน้องกินตดป๊อง”  เสร็จแล้วหงายฝ่ามือขึ้น  หัวหน้าจะกล่าวลำนำว่า “ เปิ้ลอีเกออีเลอขึ้นไข่  .โตใดใหญ่ไว้ท่าป่นแลง  โตใดแพงไว้ท่าป่นเช้า  หยิกข่อมหล่อมแมวน้อยลักกิน “  จับไม้สั้น - ยาว  ใครแพ้ไปซ่อนตัว  อีกฝ่ายหมอบอยู่ในเมมกะว่าประมาณ  5 - 10 นาทีอีกฝ่ายซ่อนตัวแล้ว  ฝ่ายหาก็จะร้องว่า “ เพงๆ”  สิ้นเสียงก็วิ่งไล่หาเมื่อพบให้แจว  (อาการเอาสองมือแตะหูฝ่ายตรงข้าม”)  ใครถูกแจวก็จะออกจากการเล่น  และเปลี่ยนฝ่ายซ่อน  ฝ่ายหาจนพลเมืองของตัวหมดถ้าหมดก็แพ้  ถ้าฝ่ายซ่อนวิ่งเข้าเมมก่อนฝ่ายหาจะแจวไม่ได้

     การเล่นบักจับหลัก

การเล่นจะเล่นอยู่บนขอนไม้  หรือเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน  ใต้ถุนวัด  ที่มีเสาให้เกาะหรือเกาะต้นไม่ไม่ไกลกันนัก  หรือเล่นในน้ำก็ได้  ถ้าเล่นในน้ำเรียกบักงอ  หรือหนอนเมื่อเลือกสถานที่เล่นได้แล้วก็ต้องหาผู้ร่วมทีม  ผู้เล่นจะต้องมีตั้งแต่  คนขึ้นไปจึงจะสนุก  เมื่อได้ผู้เล่นแล้วก็ประจำหลัก  ผู้เป็นหัวหน้าก็จะมีลำนำเสี่ยงทายว่าใครจะเป็นบ้าก่อน  โดยเริ่มชี้ที่ตัวเองก่อนว่า “จ้ำบ้า  ฆ่า คน โยน หอย ต่อย คาง ยาง โป๊ะ แตก แป๊ะ“   เมื่อขณะที่ว่าละคำๆ  ไปนั้นให้ชี้ตัวผู้เล่นทีละคนๆ  จนไปจบคำว่าแป๊ะ ถูกใครคนนั้นเป็นบ้า  คนที่เป็นบ้าจะต้องไปไล่แตะคนอื่น  ถ้าอยู่บนต้นไม้ผู้เล่นจะต้องไม่แตะพื้นดิน  ถ้าแตะจะเป็นบ้า  แทนคนที่กำลังตกตาบ้าอยู่  คนที่ตกตาบ้าอยู่จะอยู่บนดินบนไม้ก็ได้  ถ้าบ้าหลักก็คอยแตะตอนที่เขาออกจากหลัก  ถ้าบักงอก็แตะได้เลยแต่ผู้ที่ไม่ตอตาบ้างอก็จะดำน้ำหายไป  คนตกตาบ้าก็คอยทีอยู่เขาจะโผล่ขึ้นมาก็แตะ  ไปจนเมื่อยและเลิกเล่นไปเอง  หรือบางที่ถูกคนเฒ่าคนแก่ไล่ที่หนีไปเพราะร้องหวีดว้ายหนวกหู  ทำให้รำคาญไม่มีสมาธิ

     การเล่นบักกุ๊บกั๊บ

อุปกรณ์ใช้กะลามะหร้าวที่ขูดแล้วเจาะรูตรงหัวกะลาสอดเชือกแล้วขอดรัดไว้เชือกที่ใช้ยาวประมาณ  ช่วงแขน  ต้องทำบักกุ๊บกั๊บ  2  อัน  ทำแล้วลองใช้ง่ามเท้า  (ซอกเท้าระหว่างน้ำโป้งกับนิ้วชี้สอดเข้าเชื่อกมือถือเชือกทำทั้งสองข้างแล้วออกเดินออกวิ่งเมื่อชำนาญการวิ่งแล้วก็ออกไปท้าวิ่งแข่งคนอื่นการแข่งจะต้องใช้ผู้เล่น  2  คนขึ้นไป  มีการกำหนดเส้นชัย  จุดปล่อยตัวมีกรรมการ  เมื่อพร้อมแล้วก็จัดการแข่งขัน  ผู้ชนะคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการบักกุ๊บกั๊บ

     การเล่นขาโถกเถก

อุปกรณ์ใช้ไม้ไผ่ขนาดเท่าด้ามเสียมด้ามจอบ  ยาวประ  1.50 - 2  เมตร  ห่างจากพื้นขึ้นมาสัก  50 - 100 ซมเจาะรูใช้ไม้ขนาด  2  นิ้ว  ทำเป็นเดือยยื่นออกมาสำหรับเป็นที่พักเท้าเวลาขี่  จำนวนผู้เล่นไม่จำกัด  จะแข่งขันเป็นทีมหรือจะแข่งขันรายตัวก็ย่อมทำได้วิธีการแข่งขันจะใช้กติกาวิ่งผลัด  วิ่งเปรี้ยวหรือ  วิ่ง  5 x 8 ก็ได้  แต่กติกาคือถ้าใครขี่ขาโถกเถกล้มจะถูกปรับแพ้

     การเล่นโค้งตีนเกวียน

ใช้ผู้เล่นประมาณ  5  -  8  คน  ไม่แยกชายหญิง  สถานที่ใช้สนามหญ้า ทุ่งนา  เรียกว่า  เดิ่นเล่น  เมื่อได้เวลาแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย ๆ ละ 3 - 4  คน ผู้เล่นฝ่ายแรกนั่งเหยียดเท้าเข้าหากัน  ให้ปลายเท้าชนกัน  ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งยืนสลับกันเป็นวงกลมประสานข้อมือทั้งสองฝ่ายไว้แน่น  เริ่มเล่นฝ่ายเหยียดเท้ายกตัวขึ้นจากพื้นพอสมควร  อีกฝ่ายหนึ่งคือ  ให้หมุนไปทางเดียวกันก็จะหมุนไปเหมือนตีนเกวียน  ฝ่ายใดทำให้เสียจังหวะจะถูกปรับเปลี่ยนมาทำหน้าที่อีกฝ่ายหนึ่งตลอดไปไม่มีใครแพ้ชนะกัน  มีแต่สนุกสนาน.

 

BACK-กลับหัวข้อเรื่อง