แนะนำเขตอำเภอหนองสูง
 

        คำขวัญ  หนองสูงถิ่นผู้ไทย เมืองพระไกรสรราช ตาดโตนน้ำตกสวย ห้วยบังอี่น้ำใส ผ้าไหมเลิศหรู ภูจ้อก้อแหล่งธรรม ลึกล้ำพิธีเหยา ทิวเขางามตา

 

    ตั้งเป็นเมืองหนองสูงในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อวันศุกร์ แรม 11 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ฉศก จ.ศ.1206  ตรงกับวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2387 เป็นชาวผู้ไทย อพยพมาจากเมืองคำอ้อ ( ปัจจุบันอยู่ในดินแดนลาว, แขวงสวันเขต ) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ตั้งให้ " ท้าวสีหนาม " เป็นพระไกรสรราช " เจ้าเมืองหนองสูงคนแรก ขึ้นเมืองมุกดาหาร อาณาเขตของเมืองหนองสูงคือท้องที่ อำเภอคำชะอี  อำเภอหนองสูง และอำเภอนาแก  จังหวัดนครพนมในปัจจุบันด้วย  ต่อมา พ.ศ.2450  เมื่อยุบเมืองหนองสูงลงเป็นอำเภอหนองสูง แล้วย้ายที่ตั้งอำเภอหนองสูง ไปตั้งอยู่ที่บ้านนาแก  ตำบลหนองสูงจึงขึ้นกับอำเภอเมืองมุกดาหาร และต่อมาขึ้นกับอำเภอคำชะอี เป็นตำบลหนองสูงอยู่ถึง 78 ปี  จึงตั้งขึ้นเป็นกิ่งอำเภอหนองสูงใน พ.ศ.2528 และต่อมาเป็นอำเภอหนองสูงใน พ.ศ.2536 แบ่งการปกครองออกเป็น 6 ตำบล 43 หมู่บ้านมีประชากร 20,848 คน

ประวัติความเป็นมาพอสังเขป
            
ประชาชนชาวอำเภอหนองสูงประมาณ 95 % เป็นชนเผ่าผู้ไทย  ซึ่งชนเผ่าผู้ไทยนี้แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ ผู้ไทยดำ  และ ผู้ไทยขาว   การแยกเป็นผู้ไทยดำกับผู้ไทยขาวนี้ไม่ได้แยกกันตามสีผิว เพราะสีผิวของผู้ไทยทั้งสองพวกนี้คล้ายคือ ผิวขาวแดง ถึงขาวเหลือง ส่วนภาษาพูดก็ใช้ภาษาเดียวกันแต่เสียงอาจจะเพี้ยนกันเล็กน้อย  การเรียกผู้ไทยดำกับผู้ไทยขาวนี้เรียกตามลักษณะการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์  กล่าวคือ
           ผู้ไทยดำ บรรพบุรุษของผู้ไทยพวกนี้พื้นเพดั้งเดิมอยู่ที่ เมืองแถน หรือ เมืองแถง หรือเมืองนาน้อยอ้อยหนู  ( บางครั้งเรียก น้ำน้อยอ้อยหนู )  ปัจจุบันคือ เมืองเดียนเบียนฟู  ในประเทศเวียดนาม   ผู้ไทยพวกนี้รู้จักสกัดใยฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นแล้วทอเป็นผ้า แล้วยังมีความรู้เรื่องการสกัดสีจากพืชเพื่อย้อมผ้าให้เป็นสีดำ  พืชชนิดที่ว่านี้คือ ต้นคราม  เมื่อย้อมครบขั้นตอนตามกรรมวิธีเสร็จแล้วจะได้ผ้าสีดำสวยงาม ดังนั้น เสื้อผ้า  ของผู้ไทยพวกนี้จึงนิยมสีดำคราม  ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ไปทำงาน หรือไปงานพิธีต่างๆ จะใส่เสื้อผ้าสีดำครามนี้ไป
           ผู้ไทยขาว    บรรพบุรุษอยู่ที่ เมืองไล  ซึ่งอยู่ตอนเหนือของเมืองแถนขึ้นไป อยู่ติดดินแดนจีน   ยังไม่รู้จักการสกัดสีย้อมผ้าจากพืช หรืออาจจะรู้จักแต่เนื่องจากอยู่ใกล้จีน ได้รับอิทธิพลจากจีนซึ่งนิยมนุ่งขาวห่มขาว   จึงทำให้ผู้ไทยพวกนี้พลอยนิยมนุงขาวห่มขาวไปด้วย
            ผู้ไทยทั้งสองพวกนี้คงไม่ได้เรียกตัวเองเป็นผู้ไทยดำ ผู้ไทยขาว   อาจจะเป็นพวกอื่นหรือชนเผ่าอื่นที่เข้ามาคบหาค้าขายกับผู้ไทยทั้งสองเมือง  ตอนแรกก็รู้แต่ว่าพวกหนึ่งเป็นผู้ไทยเมืองแถง อีกพวกหนึ่งเป็นผู้ไทยเมืองไล  ยังไม่รู้ว่าจะเรียกผู้ไทยพวกใดหรือเผ่าใดให้เป็นการเฉพาะ  เพราะขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษาพูดก็เหมือกันทุกอย่าง  จะแตกต่างกันก็เฉพาะการนุ่งห่ม  จึงเอาการนุ่งห่มเป็นนามเรียกเพื่อให้เข้าใจกันง่าย  ว่าเป็นผู้ไทยพวกไหน  ทำให้มีการเรียกผู้ไทยดำ และผู้ไทยขาวสืบต่อๆ มา สำหรับบรรพบุรุษของชาวหนองสูงเป็นพวกผู้ไทยดำ
           ผู้ไทยดำมีนิวาสถานอยู่ที่เมืองแถนดังได้กล่าวแล้ว  อยู่มาเกิดฟ้าฝนแล้งทำให้ประสบกับความทุกข์ยากอัดคัดขาดแคลน  เจ้าเมืองไม่สามารถแก้ไขได้หรือไม้ก็กดขี่บังคับราษฎร  ทำให้ทีความเดือดร้อนไปทั่ว จึงเกิดการแตกแยกกันขึ้น  จึงมีผู้ไทยกลุ่มหนึ่งประมาณหมื่นเศษอพยพลงมาพึ่งโพธิสมภารพระเจ้าอนุรุธราชแห่งนครเวียงจันทน์เมื่อราว พ.ศ. 2347 – 2369   พระเจ้าอนุรุธราชจึงให้ผู้ไทยกลุ่มนี้ไปอยู่ที่ เมืองวัง  (เมืองนี้อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแขวงสุวรรณเขต ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ใกล้กับประเทศเวียดนาม) ต่อมาชาวผู้ไทยเมืองวังก็ได้แยกออกไปตั้งเป็นเมืองต่างๆ เช่น เมืองพิณ  เมืองนอง  เมืองพ้อง   เมืองพาน  เมืองผาบัง  เมืองคำอ้อ
           บรรพบุรุษของผู้ไทยอำเภอหนองสูงเป็นผู้ไทยเมืองคำอ้อ พ.ศ. 2369    เจ้าอนุวงศ์ผู้ครองนครเวียงจัทน์ได้ก่อการกบฎ  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 3  โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพไทยไปปราบและจับเจ้าอนุวงศ์ได้ในปี พ.ศ. 2371 กองทัพไทยได้กวาดต้อนพวกผู้ไทยเมืองต่างๆ เข้ามายังฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ในภาคอีสานก็ให้อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร  นครพนม  มุดาหาร  อุบลราชธานี
        สำหรับที่มุกดาหารส่วนมากจะเป็นผู้ไทยเมืองวัง และเมืองคำอ้อ ผู้ไทยเมืองวังและเมืองคำอ้อที่มาอยู่ในมุกดาหารนั้น ตอนแรกได้เข้ามาอาศัยอยู่กับพระจันทรสุริยวงษ์ (พรหม )  ซึ่งเป็นเจ้าเมืองมุกดาหารคนที่ 3  อยู่ได้ชั่วระยะหนึ่งก็ขออนุญาตต่อเจ้าเมืองมุกดาหารเพื่ออพยพ      หาแหล่งที่จะตั้งหลักปักฐานแห่งใหม่ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงพากันอพยพออกไปทางทิศตะวันตกของเมืองมุกดาหาร โดยมี ท้าวสิงห์  หรือ  สีหนาม  เจ้าเมืองคำอ้อเป็นผู้นำ  ผู้ไทยเมืองวังตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณที่เป็น บ้านคำชะอี  ในปัจจุบัน   ส่วนผู้ไทยเมือง คำอ้อ  ได้อพยพเรื่อยลงมาทางทิศใต้อีกประมาณ 5 กม. มาตั้งหลักแหล้งอยู่ที่ริมหนองน้ำกลางดงทึบซึ่งมีหญ้าชนิดหนึ่งคล้ายผือเรียกว่าหญ้าแวงขึ้นอยู่ในหนองน้ำนี้มากมาย      จึงเรียนหนองน้ำนี้ว่า หนองแวง   อยู่มามีการค้นพบหนองน้ำอีกแห่งหนึ่งที่อยู่สูงคืออยู่บนยอดภูผากูด (ผู้ไทยเรียกยอดภูว่า “จอมภู”) มีน้ำขังอยู่ตลอดปี จึงเรียกว่า หนองสูง (เพราะเป็นหนองน้ำที่อยู่สูง) จึงได้เอาชื่อหนองน้ำบนยอดภูผากูดนี้มาเป็นชื่อหมู่บ้านว่า บ้านหนองสูง  พลอยทำให้หนองแวงที่อยู่ติดหมู่บ้านมีชื่อ      กลายมาเป็นชื่อ หนองสูง สืบมาจนถึงปัจจุบัน
        เมื่อพากันมาตั้งหลักแหล่งที่บ้านหนองสูงแล้ว  อยู่มาเมื่อปี พ.ศ. 2387 ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ จากรัชกาลที่ 3 ให้ยกฐานะบ้านหนองสูงขึ้นเป็น เมืองหนองสูง  เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2387  ให้ท้าวสิงห์หรือสีหนามเจ้าเมืองคำอ้อที่เป็นหัวหน้าพาอพยพมาเป็นเจ้าเมืองหนองสูงในตำแหน่ง “ พระไกรสรราช ”
        เมืองหนองสูงมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก ถ้าคิดในปัจจุบันก็คือบริเวณที่เป็นเขตอำเภอหนองสูง อำเภอคำชะอี อำเภอดงหลวง และอำเภอนาแก ( อำเภอนาแกขึ้นกับนครพนม ) เมืองหนองสูงได้เป็นเมืองอยู่ 63 ปี มีเจ้าเมือง (พระไกรสรราช ) สืบต่อกันมาถึง 3 คน  ลุถึง พ.ศ. 2450 ปลายรัชกาลที่ 5  ( รัชกาลที่ 5 เสด็จสวรรคต  23 ตุลาคม  2453 )   ได้มีการปรับปรุงการปกครองมณฑลอุดร โดยให้คงความเป็นเมืองไว้เฉพาะเมืองใหญ่ๆ ส่วนเมืองเล็กๆ ให้ยุบเป็นอำเภอ เมืองหนองสูงจึงถูกยุบ  เป็นอำเภอขึ้นกับเมืองนครพนม และได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งอยู่ที่ตำบลนาแก ยังใช้ชื่ออำเภอหนองสูงอยู่ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอนาแกเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2460  เมืองหนองสูงเดิมมีฐานะเป็นตำบลขึ้นกับอำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม
       วันที่  5  มิถุนายน  2484  ตำบลคำชะอี ได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอคำชะอี แยกจากอำเภอมุกดาหาร  ตำบลหนองสูงก็มาขึ้นกับกิ่งอำเภอคำชะอี  จังหวัดนครพนม
       วันที่  6  มิถุนายน  2499  กิ่งอำเภอคำชะอีไดยกฐานะเป็นอำเภอคำชะอี  ตำบลหนองสูงก็ขึ้นกับอำเภอคำชะอี  จังหวัดนครพนม   
       วันที่  27  กันยายน  2525  อำเภอมุกดาหารได้แยกออกจากจังหวัดนครพนมและได้ยกฐานะเป็นจังหวัดมุกดาหาร  ตำบลหนองสูงก็มาขึ้นกับจังหวัดมุกดาหาร
       วันที่  1  มีนาคม  2528  ตำบลหนองสูงได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร  
ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอหนองสูงเป็นผู้ปกครองดังนี้
1.  นายศานิต  จีรวัฒนานนท์         (1  มีนาคม  2528  -  11  มีนาคม  2528)
2.  นายอุฬาร  ภักดีประชา             (18  มีนาคม  2528  -  10  พฤศจิกายน  2529
3.  นายภูมินทร์  สันติทฤษฎีกร       (11  พฤศจิกายน  2529  -   27  กุมภาพันธ์  2530)
4.  นายศานิต  จีรวัฒนานนท์         (28  กุมภาพันธ์  2530  -  20  เมษายน  2535)
5.  นายธงชัย  ธรรมสุคติ                (21  เมษายน  2535  -  28  มีนาคม  2536)
6.  นายบวร  ชินวัตร                       (29  มีนาคม  2536  -  3  พฤศจิกายน  2536 )
       วันที่  4  พฤศจิกายน  2536  กิ่งอำเภอหนองสูงได้ยกฐานะเป็นอำเภอหนองสูง มาจนถึงปัจจุบัน  (2545)
นายอำเภอมีรายนามดังต่อไปนี้
  1.  นายบวร  ชินวัตร                      (4  พฤศจิกายน  2536  -  17  เมษายน  2539)
  2.  นายสมโภช  กระจ่างพืช            (18  เมษายน  2539  -  21  ตุลาคม  2539)
  3.  นายสมพงษ์  พรหมมาศ            (21  ตุลาคม  2539  -  30  กัยายน  2540)
  4.  นายสุรชัย  ขันอาสา                   (17  พฤศจิกายน  2540  -  5  กรกฎาคม  2541)   
  5.  นายธนวัฒน์  สวรรยาธิปัต       (6  กรกฎาคม  2541  -  21  พฤศจิกายน  2542)  
  6.  นายพจน์  รักความสุข                 (29  พฤศจิกายน  2542  -  ธันวาคม 2545)
   7.  นายธีระพิบูลย์  สิงหรา ณ อยุธยา  (ธันวาคม 2545 - ปัจจุบัน)
 

สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
   
   *น้ำตกตาดโตน  อยู่ที่บ้านโนนยาง  อ.หนองสูง  จ.มุกดาหาร อยู่ห่างจากอำเภอไปทางทิศใต้ และอยู่ห่างจากอำเภอคำชะอีไปทางทิศตะวันตก ตามถนนสาย 2030 ระยะทาง ประมาณ 18 กิโลเมตร อยู่ระหว่าง หลักกิโลเมตรที่ 67-68 แยกเข้าไปอีก 400 เมตรทางขวามือ ระยะน้ำตกสูง 7 เมตร กว้าง 30 เมตร มีแอ่งน้ำสำหรับ เล่นน้ำได้ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวมุกดาหารและชาวจังหวัดใกล้เคียง


--------------------------------------------------------------------------------------

ภูจ้อก้อ

 

       *วัดบรรพตคีรี ( วัดภูจ้อก้อ ) เป็นวัดสังกัดธรรมยุตนิกาย ตั้งอยู่บนภูจ้อก้อ บ้านแวง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร  ห่างจากตัวอำเภอหนองสูงไปทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ  19  กิโลเมตร  บริเวณที่ตั้งวัด  เป็นภูเขาขนาดย่อมตั้งขึ้นโดดเด่นเพียงลูกเดียว ภูเขาลูกนี้ยังมีป่าไม้เบญจพรรณ และสัตว์ป่าอยู่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์

 

       ประมาณปี  พ.ศ. 2484  ได้มีอาจายร์ขาว  พระธุดงค์จากจังหวัดลำปาง  เดินธุดงค์มาปักกลด  เพื่อทำความเพียร  แสวงหาโมกขธรร อยู่ที่ถ้ำภูจ้อก้อแห่งนี้  ท่านได้ชักชวนชาวบ้านแวงและบ้านใกล้เคียง ซึ่งขณะนั้น ในบ้านแวงมีผู้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ประมาณ  20-30  หลังคาเรือน  จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้น  โดยนำดินละคร (ปูนขาว)  ผสมเข้ากับอิฐ  เนื่องจากไม่มีปูนชีเมนต์  เกศาของพระพุทธรูปทำจากหอย  (ชาวบ้านเรียกหอยชนิดนี้ว่า  "หอยฮี" )สร้างประดิษฐานไว้บริเวณหน้าถ้ำ ผู้ที่มาร่วมสร้างพระพุทธรูปดังกล่าวในสมัยนั้นคือ หลวงปูจามมหาปุญโย  วัดป่าวิเวกวัฒนาราม  บ้านห้วยทราย  อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร  ขณะนั้นองค์ท่านเพิ่งบวชเป็นพระใหม่
 

    ครั้นเมื่อ ปี พ.ศ.2500 นางตาลและญาติชาวบ้านแวง ได้นิมนต์ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต  ขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่ภูเก้า บ.โคกกลาง อ.คำชะอี พร้อมพระตาล ชาวบ้านแวงที่เป็นพระบวชใหม่ ให้มาพำนักที่ถ้ำภูจ้อก้อ  มาครั้งแรกพักอยู่ที่ถ้ำ พักอยู่ได้ 4 - 5 คืน ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างกุฏิชั่วคราว โดยชาวบ้านได้สร้างกุฏิให้ใหม่เพื่อปรับปรุงวัด และสถานที่พำนัก ถึง 5 หลัง ซึ่งเป็นห้วงสุดท้าย ของชีวิต ก่อนที่องค์ท่านจะละสังขารไปเมื่อ วันที่ 19 มกราคม 2540 สิริรวมอายุได้ 84 ปี 11 เดือน 51 พรรษา.

 

       วัดบรรพตคีรี ( ภูจ้อก้อ ) จึงถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญ ของชาวพุทธ และชาวมุกดาหาร ที่จะยังคง ความยิ่งยงสง่างามเป็นที่พึ่งทางใจ แก่พุทธศาสนิกชน ให้สว่าง แจ่มใสไพบูลย์ ในแสงแห่งพระธรรมยั่งยืนชั่วนิรันดร์.
 

 

******รายละเอียดภาพวัดบรรพตคีรี ( วัดภูจ้อก้อ ) คลิ๊กรายละเอียด

 

BACK-กลับหัวข้อเรื่อง