แนะนำจังหวัดมุกดาหาร 
 

ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร
 

        เมืองมุกดาหาร เคยเป็นเมืองมาก่อนถึง 173 ปี ถูกยุบเป็นอำเภอเมืองมุกดาหาร  ขึ้นกับเมืองนครพนม แล้ว จึงได้เปิด ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร 1 ตุลาคม พ.ศ.2450 จนถึง พ.ศ.2459  กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้เปลี่ยนคำว่า เมือง เป็นจังหวัด ให้เหมือนกันหมดทั่วราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2459 ( ราชกิจจานุเบกษา พ.ศ.2459 เมืองนครพนม จึงเปลี่ยนเป็น จังหวัดนครพนม และอำเภอเมืองมุกดาหาร ก็เปลี่ยนเป็นอำเภอมุกดาหาร  ขึ้นกับจังหวัดนครพนม ในการปกครองของมณฑลอุดร

       
สถานที่ท่องเที่ยว
 

          หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนถนนมุกดาหาร-ดอนตาล ห่างจากอำเภอเมือง 2 กิโลเมตร

 


 

หอแก้วมุกดาหาร
 

             เป็นหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิ..38 โดยนายสาโรช คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 ..38 แล้วเสร็จวันที่ 31 ..39 ซึ่งนายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม ได้บริจาคที่ดินจำนวน 3 ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างหอแก้วมุกดาหารมีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมีความสูงทั้งสิ้น 65 เมตร จากหอชมวิวถึงยอดลูกแก้วสูง 15 เมตร แยกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนฐาน เป็นอาคาร 2 ชั้นทรง 9 เหลี่ยม เป็นสถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของเมืองมุกดาหาร แสดงนิทรรศการทางศิลปวัฒนธรรมและวิถีของ คนสองฝั่งโขงตั้งแต่อดีต ตั้งชั้น 3-12 สูง 50 เมตร ชั้นที่ 12 เป็นสถานที่ เก็บรักษา อาวุธสิ่งของเครื่องใช้โบราณ ของคนสมัยก่อน ส่วนหอชมวิว และโดม มีความสูง 15 เมตร บนยอดสูงสุด เป็นที่ตั้ง " ลูกแก้วมุกดา " มีลักษณะกลมสีขาว หมอกมัวทำจากประเทศเยอรมันนี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธรูป นวมิ่งมุกดาหาร" เป็นพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 50 ซม. ( 20 นิ้ว ) และพระพุทธรูปประจำวันเกิดต่าง ๆ ทั้ง 7 วัน สามารถชมทิวทัศน์ รอบตัวเมือง มุกดาหาร แม่น้ำโขง และแขวงสวันเขต ได้อย่างชัดเจน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 น. -18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20.-บาท

 

ในแต่ละชั้นประกอบด้วยนิทรรศการดังต่อไปนี้
    ชั้นที่
1 เป็นการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้และภาพปั้นดินเผา แสดงถึงวิถีชีวิตชาวมุกดาหารในอดีต
    ชั้นที่
2 เป็นการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการแสดงภาพถ่ายในอดีตของชนแปดเผ่าและประวัติความเป็นมาของเผ่าต่าง ๆ
    ชั้นที่
3 – 5 เป็นแกนหอคอยมีบันไดเวียน ทั้งหมด 321 ขั้น
    ชั้นที่
6  หอชมวิว  ชมทัศนียภาพของสองฝั่งโขงอันได้แก่ ตัวเมืองมุกดาหาร และแขวงสะหวันนะเขตสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ชมความงดงามของแม่น้ำโขงตอนที่มีความกว้างที่สุดในประเทศไทย และชมทิวทัศน์ภูมโนรมย์
    ชั้นที่
7 เป็นหอพระเงินศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 50 ..(20 นิ้ว) และพระพุทธรูปประจำวันเกิด ทั้ง 7 ชมทัศนียภาพของเมืองมุกดาหารและแม่น้ำโขง 
    ชื่อเต็ม  
หอแก้วมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่ ถนนมุกดาหาร-ดอนตาล อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โทรศัพท์ 0-4263-3211  เปิดทุกวันเวลา 08.00 – 18.00 .
    อัตราค่าเยี่ยมชม คนละ
20 บาท ( 20 คนขึ้นไปลด 20 % ) 
โดย

    ¨
      นักเรียน ชั้น ป.1 – .4  เข้าชมฟรี
    ¨
      พระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช   เข้าชมฟรี
    ¨
      นักเรียน ชั้น ม.1 – .6  ครึ่งราคา
    ¨
      เข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ  เหมาจ่าย ลด 20 %

 

           *ตลาดสินค้าอินโดจีน   อยู่ถนนสำราญชายโขง เป็นแหล่งศูนย์รวมสินค้าสารพัดอย่าง ทั้งสินค้าจากประเทศจีน รัสเซีย เวียดนาม ลาว ที่ขนถ่ายผ่านแขวงสะหวันนะเขต ข้ามแม่น้ำโขงมายังมุกดาหาร นอกจากนี้ยังมีสินค้าหัตถกรรมของมุกดาหารเอง เช่น ผ้าไหม หมอนขิด รวมทั้งสมุนไพรพื้นบ้านต่างๆ มากมาย
          *ศูนย์สาธิตสินค้าพื้นเมืองมุกดาหาร เป็นศูนย์รวมของงานหัตถกรรมไทยและผ้าไทย โดยภูมิปัญญาชาวบ้านอำเภอต่างๆ ในจังหวัดมารวมกันสาธิตและจำหน่ายบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ภายในศูนย์จะพบเห็นผ้าไหมจากแหล่งต่างๆ ในจังหวัดมุกดาหาร ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ผ้าฝ้ายลายขิด ผ้าซิ่นมัดหมี่ ผ้าเบี่ยง ตลอดจนการแปรรูปที่เป็นผลิตภัณฑ์จากผ้า เช่น กระเป๋า ย่าม และของใช้อื่นๆ อีกมากมาย
 

 

         ตลาดราตรี

 

        *ตลาดราตรีมุกดาหาร  หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เป็นตลาดที่จำหน่ายอาหารทุกภาค ทุกประเภท ประมาณ 300 เจ้า เปิดบริการลูกค้า ตั้งแต่เวลา 16.00 น.-24.00 น.ทุกวัน  เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดมุกดาหาร  ปิดถนนขาย  หัวตลาด จากสี่แยก  ถนนวิวิธสุรการ ถึงสี่แยกอุตุนิยมวิทยา และถึงสามแยกหลังโรงพยาบาลมุกดาหาร  

      
       

  *ตลาดสดเทศบาล 2 ถนนพิทักษ์พนมเขต อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นตลาดเช้า ของ จ.มุกดาหาร

 

 

 


พระครูเกษมกิจมงคล ( วันทอง )
เจ้าอาวาสวัดห้วยแข้

 

      วัดห้วยแข้ ถ.สำราญชายโขงใต้ ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร
 

        *วัดศรีมงคลใต้ ถ.สำราญชายโขง อ.เมือง จ.มุกดาหาร

 

 

วัดศรีมงคลใต้
 

          *วัดศรีมงคลใต้  อยู่ริมแม่น้ำโขง ถนนสำราญชายโขง ในตัวเมืองมุกดาหาร  ตั้งอยู่ใกล้กับ ด่านตรวจ คนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ในโบสถ์ มีพระเจ้าองค์หลวง  ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.2310 เจ้ากินรีได้พา พรรคพวกอพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้ามมาตั้งเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ตรงปากห้วยมุกแล้วตั้งนามเมือง ว่าเมืองมุกดาหาร วันหนึ่ง ขณะที่เจ้ากินรี คุมบ่าวไพร่ ถากถางอยู่ ่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอด  ได้พบพระพุทธรูปสององค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูป ก่ออิฐถือปูน องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ากินรีจึงสร้างวัดขึ้นบริเวณนั้น และตั้งชื่อว่าวัดศรีมงคุณ ( วัดศรีมงคลใต้ในปัจจุบัน ) เพื่อเป็นมงคล แก่ชาวเมือง และเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธ รูปทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองไปไว้ในโบสถ์  รุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะ ก็ปรากฏว่า ไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก เมื่อค้นดูรอบ ๆ บริเวณวัด พบว่า พระพุทธรูปเหล็กไปประดิษฐานอยู่ ใต้ต้นโพธิ์ตามเดิม และ จมลงในดินเหลือแต่ยอดพระเมาลี  เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้น และถวายนามว่า " พระหลุบเหล็ก " ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่วัดศรีมงคลใต้ เรียกนามว่า " พระเจ้าองค์หลวง "  เป็นพระพุทธรูป คู่บ้าน คู่เมือง จวบจนทุกวันนี้
 

        *วัดศรีสุมังค์วาราม ถ.สำราญชายโขง อ.เมือง จ.มุกดาหาร 

 


วัดศรสุมังค์วนาราม

 

            *วัดป่าศิลาวิเวก อ.เมือง จ.มุกดาหาร
 


 

วัดป่าศิลาวิเวก
 

           *พระพุทธสิงห์สอง เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 1 เมตร ส่วนสูง เฉพาะองค์ถึง ยอดพระเมาลี 1.20 เมตร สูงรวมทั้งฐาน 2 เมตร ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีบุญเรือง ( บ้านใต้ ) ถนนสำราญ ชายโขง ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิงห์สองนั้น มีหลักฐานปรากฎไว้ว่า  ในสมัยที่ เมืองมุกดาหารยังเป็นเมืองใหม่ การปฏิสังขรณ์ สร้างโบสถ์ศรีมงคลใต้ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย เจ้ากินรีเจ้าเมือง มุกดาหารคนแรก  ได้เดินทางไปนครเวียงจันทร์ แล้วได้อัญเชิญองค์พระพุทธสิงห์สอง มาจากนครเวียงจันทร์ เพื่อนำมาประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถของวัดศรีมงคลใต้

                    ต่อมาเจ้ากินรีได้สร้างวัดขึ้นขึ้นใหม่ที่บ้านศรีบุญเรืองแล้วตั้งชื่อว่าวัดศรีบุญเรือง และได้อัญเชิญ พระพุทธสิงห์สองจากวัดศรีมงคลใต้  ขึ้นประดิษฐานบนแท่น ในพระอุโบสถวัดศรีบุญเรือง  เพื่อสักการะบูชา สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

              ในงานสงกรานต์ของอำเภอเมืองมุกดาหาร ชาวอำเภอเมืองมุกดาหาร  ได้กระทำพิธี อัญเชิญ พระพุทธสิงห์สอง จากพระอุโบสถวัดศรีบุญเรือง แห่รอบเมือง  แล้วนำไปประดิษฐาน บนแท่นที่จัดไว้ ณ บริเวณหน้ากอประชุมอำเภอ  เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้สรงน้ำเป็นประจำทุกปี
 

 

 ศาลหลักเมืองมุกดาหาร
 

              *ศาลหลักเมือง  อยู่ในตัวเมืองมุกดาหารบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด  เป็นที่เคารพสักการะ ของชาวจังหวัดมุกดาหาร
 


 

 ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง
 

              *ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง  อยู่บนถนนสองนางสถิตย์ ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ในบริเวณ ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองนี้ มีหลักเมืองประดิษฐานอยู่ด้วย และไม่มีผู้ใดทราบความเป็นมา ว่าสร้างในสมัยใด  สันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองมุกดาหาร แต่เดิมเป็นเพียงศาลไม้ ต่อมาได้บูรณะ ก่อสร้างเป็น ศาลคอนกรีต ชาวเมืองมุกดาหาร ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ปกปักรักษาเมืองมุกดาหาร ให้ร่มเย็นเป็นสุข ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ชาวเมืองมุกดาหารจะมี พิธีบวงสรวงเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เพื่อความเป็นศิริมงคล

 


 

ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง
 

              *ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง  อยู่บนถนนสำราญชายโขง  ติดกับแม่น้ำโขง ติดกับด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดมุกดาหาร

             ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ก็เช่นเดียวกับศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง ผู้ใดที่เคารพสักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองแล้ว จะเลยไปเคารพสักการะ ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องด้วยเสมอ 

           
            ประวัติ มีเรื่องเล่าขานกันมานานว่า ราวปี  พ.ศ. 1896  เจ้าฟ้างุ้ม แห่งเมืองลานช้าง เป็นบุตรเขยกษัตริย์เมืองอินทะปัด ได้พาลูกหลานอพยพตามลำน้ำโขง ผ่านเมืองหนองคาย เมืองนครพนม จนถึงเขตเมืองมุกดาหาร แล้วเกิดเรือล่ม ที่บริเวณปากห้วยมุก ธิดาสาวทั้งสองคนซึ่งมีพระนามว่า พระนางพิมพา  กับพระนางลมพามา  สิ้นชีพตักษัย

        จนกระทั้งปี พ.ศ. 2313  เจ้ากินรีได้มาสร้างเมืองมุกดาหารพร้อมกับได้สร้างโบสถ์วัดศรีมงคลใต้ขึ้น และในขณะก่อสร้าง ได้พบพระเมาลีพระพุทธรูปเหล็กจมอยู่ใต้พื้นดิน ( บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องในปัจจุบัน ) จึงขุดไปประดิษฐาน ณ โบสถ์วัดศรีมงคลใต้ แต่พอรุ่งขึ้น พระพุทธรูปเหล็กองค์นั้น ก็กลับมาประดิษฐานอยู่ที่เดิม ที่พบในครั้งแรกอีก ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า "พระหลุบเหล็ก" ประกอบกับ บริเวณดังกล่าว ทุกวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 จะมีเสียงร่ำไห้ของผู้หญิงสองคน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเสียงของพระนางพิมพา กับพระนางลมพามา และได้แสดงอภินิหารให้ปรากฎอยู่เนือง ๆ เจ้ากินรี เจ้าเมืองมุกดาหาร ได้สืบทราบประวัติแห่งความเป็นมาจึงตั้งศาลขึ้น ณ ที่แห่งนั้น เพื่อให้วิญญาณ ได้สิงสถิต เมื่อ พ.ศ.2315  และได้ขนาน นามว่า "ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง" อันเป็นที่เคารพสักการะของ ชาวเมืองมุกดาหารโดยทั่วกัน โดยถือเอาเดือนพฤษภาคม ของทุกปีเป็นเดือนที่ทำพิธี เซ่นไหว้และบวงสรวง ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้.
 

        

วัดนักบุญเปโตร
 

        *วัดนักบุญเปโตร ( ก่อนถึง งานตำรวจน้ำจังหวัดมุกดาหาร ) ถ.สำราญชายโขงเหนือ บ.นาโป อ.เมือง จ.มุกดาหาร 

 

        *บ้านเกวียนมุก  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีสานสองฝั่งโขง จังหวัดมุกดาหาร 
            พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีสานสองฝั่งโขง  ตั้งอยู่เลขที่ 10 ถนนตาดแคน ซอย 18 ( เยื้อง ร... ) .เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร 49000 สำนักงาน  ตั้งอยู่ที่ ร้านสะอาด เลขที่ 77-77/1 ถนนสมุทรศักดารักษ์ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร 49000 เบอร์ แฟกซ์  (042) 613-647  เวลาเปิดทำการ ทุกวัน เริ่ม 08.30 – 17.00 .

บ้านเกวียนมุก

            หรือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีสานสองฝั่งโขง  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงเทคโนโลยีพื้นบ้านของชาวอีสาน อาทิเช่น เครื่องมือทำนา , หีบอ้อยโบราณ , นอกจากนี้ยังได้รวบรวม เกวียนอีสาน สิ่งของเครื่องใช้พื้นบ้าน และของเก่า อื่น ๆ มากมาย
            บ้านเกวียนมุก ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยใจรักการสะสมโดยใช้เวลานานกว่า
10 ปี ในการเก็บสะสมสิ่งของเหล่านี้ และบ้านเกวียนมุกยังเล็งเห็นว่าการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจะสามารถสะท้อนถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชีวิตคนทั้งสองฝั่งโขง จึงคล้ายกับเป็นสื่อแสดงให้อนุชนรุ่นหลังและผู้มาเยือนเข้าใจถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบสานมาแต่โบราณ
            จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ เครื่องมือเครื่องใช้ของชาวบ้านรวมถึง “ เกวียน “ ในกลายเป็นสิ่งล้าสมัย โดยมีเทคโนโลยี่ใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่ ด้วยเหตุดังกล่าว “ บ้านเกวียนมุก “ จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะอนุรักษ์ สิ่งของพื้นบ้าน อาทิ เกวียน และของเก่า เพื่อหวังที่จะให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ความเพลิดเพลิน และรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรม ของภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานที่นับวันจะเลือนหายและหาดูได้ยากเต็มที
ภูมิหลัง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีสานสองฝั่งโขง
( บ้านเกวียนมุก )
            ได้เริ่มดำเนินการก่อตั้ง เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2538 เป็นต้นมา และเริ่มเปิดแสดงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ วันที่ 5 มกราคม 2541 โดยจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ ดังนี้
        1.เฮือนพื้นบ้าน  จัดแสดง  ของใช้ในครัวเรือนของชาวอีสาน เครื่องปั้นดินเผา สิ่งของเครื่องใช้ในการดำรงชีพ เครื่องมือช่าง เครื่องมือทอผ้า เครื่องดักสัตว์ เครื่องดนตรี เครื่องหีบอ้อย และมูลมังไม้
        2.เฮือนของเก่า  จัดแสดง  เครื่องถ้วยโถโอชาม เครื่องแก้ว เครื่องเงินและโลหะ  เงินตราโบราณ  ตาชั่ง ตะเกียง  เตารีด  ขวานหิน  สิ่งของกลายเป็นหิน ( ฟอสซิล )
        3.
โฮงเกียน  1 – 2 – 3  จัดแสดง  เครื่องมือทำนา เช่น แอก ไถ คราด ที่ทำด้วยไม้  เครื่องโรงสีข้าวขนาดกลาง  ครกกระเดื่อง ( ครกมอง ) เป็นต้น
 

        *ภูมโนรมณ์  อยู่ห่างจากตัวเมืองมุกดาหารประมาณ  5 กม.  จะต้องเดินเท้าขึ้นภูไปอีก  1,100  เมตร ไปตามเส้นทางมุกดาหาร-ดอนตาล ทางหลวงหมายเลข 2034 ประมาณ  2 กิโลเมตร แล้วมีทางแยกขวามือเป็น ทางลูกรัง อีกประมาณ 3 กิโลเมตร นำรถไปจอดที่เชิงเขา และเดินขึ้นไปบนยอดเขา ซึ่งมีศาลาที่พัก และ รอยพระ พุทธบาทจำลอง  อีก1 เมตร  เมื่ออยู่บนยอดเขาจะมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง และแขวงสวันเขต ของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

 

         *อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ( ภูผาเทิบ ) ถ.มุกดาหาร - ดอนตาล  โทร.01-2210755
 

       เป็นอุทยานที่มีเทือกเขาหิน ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เรียงสลับซับซ้อนกัน อย่างวิจิตรสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับศึกษาพืชพันธุ์ ธรรมชาติ  ดูนก เดินป่า เข้าค่ายตั้งแค้มป์ ภายในอุทยาน  จะมีสวยหินที่งดงาม และถ้ำต่าง ๆ เช่น ภู ถ้ำพระ ถ้ำลอด ถ้ำฝ่ามือแดง ถ้ำพระนารายณ์ ตั้งองค์ในเขตป่าสงวน ป่าแห่งชาติดงบังอี่ ครอบคลุมท้องที่ อำเภอเมืองมุกดาหารและอำเภอดอนตาล ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางมุกดาหาร-ดอนตาล แยกเข้าทางขวามือระหว่างกิโลเมตรที่ 14-15 อีก 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการ อุทยาน มีเนื้อที่ทั้งหมด 30312.5 ไร่ หรือ 48.5 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย ภูเขาสูงชันหลายลูกติดต่อกัน เช่น ภูมโนรมย์ ภูนางหงษ์ ภูผาเทิบ ภูถ้ำพระ ภูหลักเส ภูรัง ภูป่ง ภูคำหมากมี่ ยอดเขาสูงสุดคือ ยอดภูจอมสี สูงจากระดับ น้ำทะเล 420 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าไม้เต็งรัง และป่าเบญจพรรณ และยังเป็นแหล่งกำเนิด ของลำห้วย หลายสาย เช่น ห้วยตาเหลือก ห้วยสิงห์ ห้วยเรือ ห้วยมะเล ห้วยช้างชน เป็นต้น แถบบริเวณเชิงเขาเป็น ป่าไผ่ ขึ้นสลับเป็นแนว หลายบริเวณเป็นหน้าผาสูงและลานหินกว้าง มีหินรูปร่างแปลก ๆ มากมาย สถาน ที่น่าเที่ยวชม ภายในอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ได้แก่

 

 

            *ภูผาเทิบ อยู่ในเขตตำบลนาสีนวนบริเวณที่ทำการยุทยาน ห่างจาก ตัวอำเภอเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร บนเส้นทางสาย มุกดาหาร-ดอนตาล ระหว่างกิโลเมตรที่ 14-15 เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 5.2 ตารางกิโลเมตร ลักษณะโดยทั่วไป เป็นกลุ่มหินรูปทรงหลาย แบบทางซ้อนทับกันคล้ายกันเพิงผาที่กันแดดกันลมได้ ซึ่งภาษาท้องถิ่น เรียกลักษณะเช่นนี้ว่า "เทิบ" บางอันมีรูปร่าง คล้ายร่ม เห็ดขนาดใหญ่ ไอพ่น มงกุฎ ดอกบัวบาน รองเท้าบู๊ท เก๋งจีน สถูป และจานบิน เป็นต้น สันนิษฐานว่าบริเวณกลุ่มหินนี้แต่ก่อนปกคลุมด้วยดิน เป็นภูเขาดิน ต่อมาถูกฝน ลมกันเซาะพังทลายลงเรื่อยจึงมองเห็นหินโผล่ขึ้นมาเป็นกลุ่มก้อน บนภูผาเทิบอากาศเย็นสบาย ในแต่ละฤดูจะมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตามฤดูกาล เพิ่มความงามให้กับกูผาเทิบ อีกมากซึ่งมีทั้ง ดอกไม้ ที่ขึ้นอยู่ตามซอกหินผา เช่น เอนอ้า เทียนหิน หรือดุสิตา และดอกกล้วยไม้ประเภทช้างน้าว,ตาลเหลือง เป็นต้น

             *ลานมุจลินท์ อยู่บนภูผาเทิบ เป็นลานหินเรียบที่ทอดยาวไกลไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1,200 เมตร บนลานมร่องน้ำเล็ก ๆ มากมายเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนไหลรวมตัวกันสู่แอ่งน้ำกว้างเรียกว่า วังเดือนห้า บนลานหินได้มีการค้นพบกระดูกสัตว์โบราณ อายุไม่ต่ำกว่า 250 ล้านปีอยู่สองจุด ห่างกันประมาณ 500 เมตร ซึ่งนักธรณีวิทยา และนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เป็นบริเวณที่เคยอยู่ใต้น้ำมาก่อน เมื่อยืนอยู่ กลางลาน มองไปทางทิศตะสันออก จะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ อันงดงามของทิวเขาประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวและแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

             *ภูถ้ำพระ เป็นภูเขาลูกใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร อยู่ในระดับความสูง 300-400 เมตร มีที่ราบกว้างใหญ่อยู่หลังเขา ส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงทำให้ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ลำธาร และแหล่งน้ำซับ บริเวณด้านหน้าของภูถ้ำพระมีน้ำตกไหลผ่าน ภายในถ้ำ ในสมัยก่อนเคยเป็นที่อยู่ของพระภิกษ ุและมีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ที่เป็นทองคำ เงิน ไม้ แก้ว มากมาย แต่ได้ ถูกขโมยสูญหายไปหมด ปัจจุบันเหลือเพียงพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 3 ฟุต พระพุทธรูปไม้อีกหลาย ร้อยองค์และรูปปั้นรูปสัตว์ต่าง ๆ

             *ถ้ำฝ่ามือแดง อยู่บนภูผาเทิบในเขตพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร ลักษณะของถ้ำ เป็นเพิงหินยาว กว้าง 3 เมตร ยาว 60 เมตร ภายในฝาผนังถ้ำ มีรูปมือประทับอยู่ 10 มือ และรูปคนยืนจำนวน 6 คน เขียนด้วยสีแดง สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปี จัดอยู่ในยุคหินเก่า บริเวณหลังถ้ำจะเป็นหินกว้าง และอยู่ในระดับที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างสวยงาม

             *ภูนางหงษ์ อยู่บนเส้นทางที่จะเข้าไปภูผาเทิบโดยใช้เส้นทางหมายเลข 2034 จากตัวเมืองมุกดาหาร ไปประมาณ 14-15 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือ เข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร และภูผาเทิบอีก 2 กิโลเมตร ทางเข้าไปสะดวกเข้าไปได้ทุกฤดูกาล ก่อนถึงที่ทำการอุทยานประมาณ 500 เมตร จะมีทางลูกรังแยกซ้ายมือ เข้าไปภูนางหงษ์ ลักษณะทั่วไปเป็นลานหินสลับป่าแคระ มีหินธรรมชาติรูปร่างต่าง ๆ วางทับซ้อนกันอยู่เป็นกลุ่ม มีสีสันแตกต่างกันไป เรียงรายอยู่ล้อมรอบหินรูปหงษ์ขนาดใหญ่ 

             *ภูผาแต้ม เป็นหน้าผาประกอกด้วยรูปรอยฝ่ามือ และการเขียนสีโบราณ ก่อนประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า เป็นยุคเดียวกับภาพเขียนสี ในถ้ำฝ่าแดงของอุทยานแห่งชาติมุกดาหาร และที่อุทยานแห่งชาติภูผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี หน้าผามีลักษณะ คล้ายถ้ำเพราะหินไหลเลื่อนลงมา มีความยาวประมาณ 60 เมตร ภาพเหล่านี้ อยู่สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 3-5 เมตร เป็นภาพมือและภาพสัญลักษณ์รวม 98 ภาพ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างอย่างน่าสนใจ

             *ผามะเกลือ จุดพักผ่อนหย่อนใจและที่ชมวิว อยู่ใกล้บริเวณภูผาแต้ม มีลักษณะเป็นลานหิน ให้เพิงผาร่มรื่นไปด้วยแมกไม้เหมาะสำหรับ นั่งเล่นนั่งพักผ่อน

             *ลานดอกไม้บนภูวัด เป็นแหล่งท่องเที่ยว ของชาวท้องถิ่นโดยรอบ ในช่วงวันสงกรานต์ และวันสำคัญ ทางศาสนา มีชาวบ้านมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก  และในช่วงปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาว จะมีดอกไม และดอกหญ้า ชนิดเดียวกับที่อุทยานแห่งชาติมุกดาหารขึ้นเป็นจำนวนมากบนลานหิน

             *ภูผาหอม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเทือกเขาภูผาแต้ม ระหว่างทางเกินจะผ่านป่าไผ่ ลานหิน และป่า เต็งรังที่สวยงาม จากจุดนี้ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ในระยะไกลออกไปทางทิศตะวันตก มีความสูงประมาณ 366 เมตร จากระดับน้ำทะเลด้านหลังจะมองเห็นภูหมู ภูแผงม้า ภูไม้ซาง ภูซอง ภูอัครชาดในยามเย็น ตรงนี้มีนักท่องเที่ยว นิยมมาชมพระอาทิตย์อัสดง  เพื่อเก็บภาพอันน่าประทับใจ และพักค้างแรมกันมาก.

BACK-กลับหัวข้อเรื่อง